เดนต้าคุง's profile[ Nara smile club ]BlogLists Tools Help

Blog


    September 29

    ฟันหายไป ... ทำอย่างไรดี

    การทดแทนฟันที่สูญเสียไปและแก้ไขปัญหาฟันที่เปราะบางหรือแตกหัก

    ซึ่งมีวิธีการต่างๆ ดังนี้

     

    • ครอบฟัน

                ครอบฟันมีลักษณะเหมือนฟันตามธรรมชาติ ใช้ครอบบนฟันจริง เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง ปรับปรุงรูปร่างและสี

          ให้มีความสวยงาม ใช้เป็นตัวยึดสะพายฟัน และใช้เพื่อครอบบนรากฟันเทียม

     

    • สะพานฟัน

                การทำสะพานฟันเป็นอีกวิธีการหนึ่งทางทันตกรรมที่ช่วยทดแทนฟันที่สูญเสียไปแบบติดแน่นถาวร ด้วยการติดยึด

          ครอบฟันบนฟันซี่ข้างเคียงและเชื่อมต่อด้วยฟันปลอมระหว่างครอบฟันที่ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไป

     

    • การปลูกรากฟันเทียม

                การปลูกรากฟันเทียมเป็นวิธีการสมัยใหม่ในการแทนที่รากฟันจริงตามธรรมชาติ โดยทันตแพทย์จะทำการฝังราก

           ฟันเทียมลงบนกระดูกรองรับฟัน ซึ่งจะสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้แก่ฟันที่ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไป

     

    • ฟันปลอม

                ฟันปลอม เป็นการทดแทนฟันแบบถอดออกได้ โดยทั่วไปฐานฟันปลอมสามารถทำได้ด้วยพลาสติก และโลหะ ขึ้นอยู่

          กับความต้องการของผู้เข้ารับบริการ

    ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 073-511379 ต่อ 8103

    หรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ครับ

    เคลือบหลุมร่องฟัน...ป้องกันฟันผุ

    สารเคลือบหลุมร่องฟันคืออะไร ?

       สารเคลือบหลุมร่องฟัน เป็นสารที่ใช้ในการปิดหลุมร่องฟันมีคุณสมบัติยึดติดแน่นกับผิวเคลือบฟัน เพื่อป้องกันฟันผุ

    ทำไมต้องเคลือบหลุมร่องฟัน ?

    บริเวณด้านบดเคี้ยวของฟันกราม มีหลุม และร่องลึกทำให้เป็นที่เก็บกักเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคฟันผุ ฟันที่ควรได้รับการเคลือบหลุมร่องฟัน ได้แก่ ฟันกรามน้ำนม และฟันกรามแท้ที่ขึ้นใหม่ในช่องปาก และมีลักษณะดังนี้

    1. ไม่มีรอยผุบนด้านบดเคี้ยว และด้านประชิด
    2. มีหลุม และร่องลึก บนด้านบดเคี้ยว
    3. ตัวฟันโผล่ขึ้นมาทั้งซี่แล้วในช่องปาก

    เมื่อไหร่ที่ควรเคลือบหลุมร่องฟัน ?  

         เด็กๆ ควรเคลือบหลุมร่องฟันกรามน้ำนม และฟันกรามแท้ เมื่อฟันขึ้นมาในช่องปากให้เร็วที่สุด ผู้ปกครองจึงควรพาบุตรหลานไปพบแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อที่ทันตแพทย์จะได้พิจารณาเคลือบหลุมร่องฟันก่อนที่ฟันจะผุ

    สารเคลือบหลุมร่องฟัน ช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างไร ?

         สารเคลือบหลุมร่องฟัน จะยึดติดแน่นกับพื้นผิวเคลือกฟัน ทำให้ด้านบดเคี้ยวของฟันกรามเรียบขึ้น ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น เป็นการป้องกันฟันผุอีกวิธีหนึ่ง

    เคลือบหลุมร่องฟันแล้ว เด็กต้องแปรงฟันไหม ?

         แม้ว่าฟันกรามของเด็กที่ขึ้นมาใหม่ จะได้รับการเคลือบหลุมร่องฟันแล้ว การทำความสะอาดฟันโดยการแปรงฟันที่ถูกวิธี ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นประจำทุกวัน

    เคลือบหลุมร่องฟัน ป้องกันฟันผุในเด็ก ไม่เจ็บ สะดวก รวดเร็ว

    *เด็กอายุ 5-7 ปี ที่มีฟันกรามซี่แรกขึ้นแล้ว ผู้ปกครองควรพาไปพบทันตแพทย์ เพื่อเคลือบหลุมร่องฟัน

     

    ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 073-511379 ต่อ 8103

    หรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ครับ

    September 23

    ยาสีพระทนต์ของในหลวง

     

    ยาสีพระทนต์ของในหลวง

     

    ผมมีภาพๆ หนึ่งเอามาให้ดูกัน เป็นภาพหลอดยาสีฟันที่ถูกใช้แล้วครับ เห็นทีแรกไกลๆ ก็ไม่รู้สึกอะไรมากหรอกครับ เป็นภาพที่ติดอยู่บนบอร์ดที่โรงเรียนของลูก ระหว่างที่ยืนรอลูกๆ ลงมาจากห้องเรียนจึงได้อ่านข้อความที่ประกอบภาพนี้อย่างละเอียด


    ภาพหลอดยาสีฟันที่เห็นนี้ต้องเรียกว่าเป็นหลอดยาสีพระทนต์ประวัติศาสตร์ เพราะนี่คือหลอดยาสีพระทนต์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เห็นแล้วรู้สึกเหมือนผมไหมครับความฉ่ำเย็นจากที่ไหนก็ไม่รู้อาบลงมากลางกระหม่อมเลย ภาพนี้ถูกตีพิมพ์เป็นโปสเตอร์โดยคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ครูที่โรงเรียนของลูกผมไปพบเข้าเลยนำมาถ่ายสำเนาติดบอร์ดให้เด็กนักเรียนได้ เรียนรู้และเข้าใจคำว่า "ประหยัด" ศาสตราจารย์พิเศษทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ทันตแพทย์ประจำพระองค์อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนเล่าให้ฟังว่า



    "ครั้งหนึ่งทันตแพทย์ประจำพระองค์กราบถวายบังคมทูลเรื่องศิษย์ทันตแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบางคนมีค่านิยมในการใช้ของต่างประเทศและมีราคาแพง รายที่ไม่มีทรัพย์พอซื้อหาก็ยังขวนขวายเช่ามาใช้เป็นการชั่วครั้งชั่วคราว ซึ่งเท่าที่ทราบมามีความแตกต่างจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงนิยมใช้กระเป๋าที่ผลิตภายในประเทศเช่นสามัญชนทั่วไป ทรงใช้ดินสอสั้นจนต้องต่อด้าม แม้จนยาสีพระทนต์ของพระองค์ท่านก็ทรงใช้ด้ามแปรงพระทนต์รีดหลอดยาจนแบน จนแน่ใจว่าไม่มียาสีพระทนต์หลงเหลืออยู่ในหลอดจริงๆ


    เมื่อกราบบังคมทูลเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ของพระองค์ท่านก็เหมือนกัน และยังทรงรับสั่งต่อไปด้วยอีกว่า เมื่อไม่นานมานี้เองมหาดเล็กห้องสรงเห็นว่ายาสีพระทนต์ของพระองค์คงใช้หมดแล้ว จึงได้นำหลอดใหม่มาเปลี่ยนให้แทน เมื่อพระองค์ได้ทรงทราบก็ได้ขอให้เขานำยาสีพระทนต์หลอดเก่ามาคืน และพระองค์ท่านยังทรงสามารถใช้ต่อไปได้อีกถึง 5 วัน จะเห็นได้ว่าในส่วนของพระองค์ท่านเองนั้นทรงประหยัดอย่างยิ่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ทรงพระราชทานเพื่อราษฎรผู้ยากไร้อยู่เป็นนิจ พระจริยาวัตรของพระองค์ได้แสดงให้เห็นอย่างแจ่มชัดถึง พระวิริยะ อุตสาหะ ตลอดจนความประหยัดในการใช้ของอย่างคุ้มค่า หลังจากนั้น ทันตแพทย์ประจำพระองค์ได้กราบพระบาททูลขอพระราชทาน หลอดยาสีพระทนต์หลอดนั้นเพื่อนำไปให้ศิษย์ได้เห็นและรับใส่เกล้าเป็นตัวอย่าง เพื่อประพฤติปฏิบัติในโอกาสต่อๆ ไป ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทาน ส่งหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้นมาให้ถึงบ้านทันตแพทย์ประจำพระองค์รู้สึกซาบซึ้ง ในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้ายิ่งเมื่อได้พิจารณาถึงลักษณะของหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้นแล้ว ทำให้เกิดความสงสัยว่า เหตุใดหลอดยาสีพระทนต์หลอดนี้จึงแบนราบเรียบโดยตลอด คล้ายแผ่นกระดาษโดยเฉพาะบริเวณคอหลอดยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปเกือบถึงเกลียวคอหลอด เมื่อได้มีโอกาสเข้าเฝ้าอีกครั้งในเวลาต่อมาจึงได้รับคำอธิบายจากพระองค์ว่า หลอดยาสีพระทนต์ที่เห็นแบนเรียบนั้นเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีดและกด จนเป็นรอยบุ๋มที่เห็นนั่นเองและเพื่อที่จะขอนำไปแสดงให้ศิษย์ทันตแพทย์ได้เห็น เป็นอุทาหรณ์จึงได้ขอพระราชาอนุญาตซึ่งพระองค์ท่านก็ได้ทรงพระเมตตาด้วยความเต็มพระทัย"



    ผมมีโอกาสได้ยืนมองดูรูปหลอดยาสีพระทนต์หลอดนี้อยู่เนืองๆ เวลาไปรอรับลูกที่โรงเรียนและเมื่อยิ่งดูก็ยิ่งได้รับรู้ถึงปรัชญาที่พระองค์ พระราชทานผ่านมาทางหลอดยาฯนี้แล้วผมก็พบว่าแก่นแท้ของการประหยัดมันอยู่ตรงนี้นี่เอง ไม่ใช่ไม่ยอมใช้เลย แต่ต้องรู้จักใช้ และต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ไม่ใช้แบบเหลือทิ้งเหลือขว้าง

    ที่มา : http://www.oknation.net/blog/phalapoj/2007/03/06/entry-3

     

     

     
    September 21

    ปากแหว่ง เพดานโหว่

     
     
    รู้จักปากแหว่ง เพดานโหว่

    ”ปากแหว่งเพดานโหว่” ไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่เป็นความผิดปกติแต่กำเนิด ของบริเวณช่องปากและใบหน้าของเด็ก มีรอยแยกบริเวณริมฝีปากด้านบนกระดูกเบ้าฟัน และเพดานปาก และมีปัญหาต่อเนื่องตามมาเมื่อโตขึ้น เช่น การเรียงตัวของฟันและการสบฟันที่ผิดปกติ สุขภาพอนามัยช่องปากไม่ดี ความผิดปกติในการพูดรวมถึงความผิดปกติของการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรบน โดยพบบ่อยเป็นอันดับ 4 ของความผิดปกติในเด็กแรกเกิดหรือประมาณ 1 ต่อ 700 ของเด็กเกิดใหม่ 

     
    ต้นตอปัญหา

    สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด เป็นได้ทั้งพันธุกรรมและจากสิ่งแวดล้อม มักพบในครอบครัวที่เคยมีคนเป็นปากแหว่งเพดานโหว่ การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี อากาศมีมลพิษ ตลอดจนแม่ตั้งครรภ์แต่ไม่ได้สารอาหารครบถ้วนหรือมีการใช้สารเสพติด ลูกจะมีโอกาสเป็นปากแหว่งเพดานโหว่สูง และมักพบปัญหาสูงขึ้นในเด็กชนบท

            แม่ : เกราะป้องกันโรค

    แม่ตั้งครรภ์จำเป็นต้องดูแลอาหารระหว่างตั้งครรภ์ให้ดี โดยเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพครบ 5 หมู่ ไม่ดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือติดสารเสพติด ระวังสารที่เป็นพิษ รวมถึงไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์

            การรักษา

    แพทย์จะมีหลักการในการดูแลรักษาเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ เพื่อให้เด็กดูดี หน้าตาไม่มีร่องรอยปากแหว่งเพดานโหว่สามารถพูดเป็นปกติได้ เสียงไม่ออกทางจมูก กินอาหารได้ตามปกติ

    ในการดูแลรักษาเด็กปากแหว่งเพดานโหว่จะต้องดูแลตั้งแต่แรกเกิด เพราะถ้ายิ่งปล่อยทิ้งไว้นาน การผ่าตัดแก้ไขก็จะยากมากขึ้น ทั้งเด็กจะมีหน้าตาที่เป็นปมด้อย การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น รับประทานอาหาร ดื่มนม การออกเสียงพูดไม่เป็นปกติ โดยแพทย์จะรักษาแบ่งตามช่วงอายุดังนี้
    • ช่วงอายุแรกเกิด – 3 เดือน เด็กจะเกิดมาในสภาพช่องปากมีความพิการบริเวณริมฝีปากบน อาจเป็นเฉพาะริมฝีปากแหว่งอย่างเดียวหรือมีเพดานช่องปากโหว่ร่วมด้วย ทำให้เด็กดื่มนมแม่ไม่ได้ หรือดูดนมขวดก็จะสำลักเพราะไม่มีเพดานปากด้านบน ทันตแพทย์จัดฟันจะแนะนำให้แก้ปัญหาการดูด และกลืนโดยพิมพ์ปากเด็ก เพื่อทำเพดานเทียม (Obturator) ซึ่งจะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 1 เดือน

    • ช่วงอายุ 3-5 เดือน แพทย์ทำการผ่าตัดเย็บรอยแยกบริเวณริมฝีปากโดยศัลยแพทย์ช่องปาก หรือศัลยแพทย์พลาสติก หลังจากนั้นควรนำเด็กมาตรวจทุกๆ 2 เดือน เพื่อติดตามผลการรักษา รวมถึงเพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก

    • ช่วงอายุ 12-18 เดือน ศัลยแพทย์ช่องปากจะทำการเย็บรอยแยกบริเวณเพดานปากเพื่อให้เด็กมีสภาพที่ดีขึ้น เมื่อฟันเริ่มขึ้นทันตแพทย์เด็กจะให้คำแนะนำในการแปรงฟัน การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การป้องกันฟันผุ รวมถึงการบูรณะฟันในรายที่ฟันเกิดการผุแล้ว โดยคุณพ่อคุณแม่ควรนะบุตรของท่าน มาตรวจสุขภาพช่องปากทุก 4-6 เดือน และหมั่นแปรงฟันให้ลูกน้อยด้วย

    • ช่วงอายุ 2-5 ปี ช่วงเด็กเริ่มพูดได้จะถูกส่งไปปรึกษากับนักฝึกพูด (Speech Therapist) เพื่อแก้ไขความผิดปกติของการออกเสียงที่เกิดจากปากแหว่งเพดานโหว่

    • ช่วงอายุ 7-9 ปี ทันตแพทย์จัดฟันจะเริ่มใส่เครื่องมือบริเวณเพดานเพื่อจะขยายกระดูกเพดานปากที่ล้มเข้ามาหากัน แก้ปัญหาฟันซ้อนเก โดยการจัดฟันเพื่อให้ทำความสะอาดฟันได้ ลดปัญหาเด็กฟันผุและปัญหาสุขภาพช่องปาก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ

    • ช่วงอายุ 9-12 ปี ศัลยแพทย์ช่องปากจะทำการผ่าตัดเพื่อปลูกกระดูกบริเวณรอยแยกกระดูกเบ้าฟัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ฟันที่อยู่ข้างใต้ขึ้นมาได้ และเป็นการปิดรูทะลุระหว่างช่องปากและจมูกที่ยังเหลืออยู่ จากการผ่าตัดปิดเพดานปาก

    • ช่วงอายุ 12-17 ปี ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการแก้ไขการสบฟันที่ผิดปกติที่มีอยู่ เช่น ฟันหน้าบนคร่อมฟันหน้าล่าง ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดกระดูกขากรรไกร รวมไปถึงการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของจมูกและริมฝีปากที่หลงเหลือจากการผ่าตัดในอดีต หลังจากนี้ควรมาติดตามผลการรักษาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

    ตามที่กล่าวมาจะเห็นว่าการดูแลรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่จะประกอบไปด้วยทีมแพทย์หลากหลายสาขา ซึ่งได้แก่ ศัลยแพทย์ช่องปากและใบหน้า หรือศัลยแพทย์พลาสติก ทันตแพทย์จัดฟัน ทันตแพทย์เด็ก วิสัญญีแพทย์ รวมถึงครูฝึกพูด นอกจากนี้อาจมีบุคลากรทางการแพทย์ด้านอื่นมาร่วมด้วย เช่น นักสังคมสงเคราะห์ จิตแพทย์ กุมารแพทย์ และพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีความพิการของระบบอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งจะต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมและต่อเนื่องตั้งแต่เด็กคลอด จนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ

     

    ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 073-511379 ต่อ 8103

    หรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ครับ