เดนต้าคุง's profile[ Nara smile club ]BlogLists Tools Help

Blog


    January 02

    ถวายความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง

     
     
                   พสกไทยทั่วหล้า    อาลัย

    สมเด็จเจ้าฟ้าฯ จากไป      โศกเศร้า

    ซาบซึ้งรำลึกใน                 พระกรุณา ธิคุณ

    สักการะน้อมเกล้า             สถิตย์ฟ้า แดนสวรรค์

     

    ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม

    ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการ และคณะเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

     
     

    พระกรณียกิจด้านสาธารณสุข

         พระกรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานแก่วงการแพทย์ และการสาธารณสุขไทยนั้น มีหลากหลายเป็นอเนกประการ นับแต่ ทรงเป็นองค์
    ประธานมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ทรงมีพระเมตตารับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจไว้ในพระอุปถัมภ์ ได้พระราชทานพระกรุณาธิคุณช่วยเหลือ
    เด็กที่ป่วยด้วยโรคหัวใจที่มาจากครอบครัวยากไร้ ให้ได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค อีกทั้งทรงมีพระกรุณาธิคุณช่วยเหลือ
    เด็กออทิสติก โดยทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ และมูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ ทำให้
    เกิดความเข้าใจในโรคออทิสซึมอย่างถูกต้อง เป็นผลให้เด็กออทิสติกได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

         สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้ทรงอุทิศพระองค์ ในกิจการของมูลนิธิ แพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทรา
    บรมราชชนนี(พอ.สว.)มาอย่างต่อเนื่อง นับแต่ครั้งยังเป็นหน่วยแพทย์ พอ.สว. กระทั่งเป็นมูลนิธิ พอ.สว. ทั้งนี้ ได้โดยเสด็จคู่เคียง
    พระราชมารดา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ไปยังถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาค และนำหน่วยแพทย์ พอ.สว. ไปตรวจรักษา และ
    ทรงรับผู้ป่วยบางรายไว้ในพระราชานุเคราะห์

    สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงตระหนักยิ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ จึงทรงมุ่งดูแล
    สุขอนามัย มุ่งให้ และยกระดับการศึกษา เพื่อการ " พัฒนาคน" ดังเป็นที่ประจักษ์ในพระเมตตา และพระกรุณาคุณที่ทรงตรากตรำงาน
    อย่างมิทรงย่อท้อมาโดยตลอด ด้วยมีพระประสงค์ให้พสกนิกรชาวไทยมีความสุข อยู่ดี และมีสุขภาพดีกันถ้วนหน้า
    November 28

    ทันตกรรมรากเทียม

    รากเทียมคืออะไร

    ทันตกรรมรากเทียมหรือ Dental Implant คือวิทยาการที่คิดค้นขึ้นเพื่อทดแทนการสูญเสียฟันธรรมชาติ โดยจะฝังวัสดุที่มีรูปร่างคล้ายรากฟันลงบนกระดูกขากรรไกร เพื่อช่วยให้ฟันปลอมภายในช่องปากทั้งชนิดถอดได้และ ชนิดติดแน่นยึดเกาะได้ดี โดยอาจใช้ รากเทียม เพื่อการใส่ฟันปลอม 1 ซี่หรือมากกว่านั้น ในบางกรณีการใส่ฟันปลอมทั้งปากก็อาจใช้ รากเทียมเพียงตัวเดียวได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ใช้ในการยึดเกาะของฟันปลอมแต่ละซี่

    รากเทียมประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ

    1. รากเทียม (Fixture) ซึ่งทำมาจากโลหะไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งมีลักษณะคล้ายรากฟัน และจะฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร ซึ่งสามารถยึดติดได้อย่างแนบแน่นโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบ และไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ

  • เดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เมื่อฝังรากเทียมบนกระดูกขากรรไกร จะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนเพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี หลังจากนั้นจึงจะใส่เดือยรองรับครอบฟันลงบนรากเทียม เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟันต่อไป

        3.    ครอบฟัน (crown) เป็นส่วนที่อยู่ด้านบนของเหงือก ซึ่งจะทำมาจากเซรามิค (porcelain)มีรูปร่างลักษณะและสีเหมือนฟันธรรมชาติ

    ความถาวรและความน่าเชื่อถือ
    จากการศึกษาวิจัยและเอกสารวิชาการต่างๆได้กล่าวถึงประสิทธิภาพ ของการทำรากเทียมว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือน ฟันธรรมชาติจริงๆ และยังมีลักษณะเหมือนฟันธรรมชาติมากจนยากที่จะสังเกตได้

    เหมาะสำหรับทุกคน

    การทำรากเทียมนั้นสามารถทำได้กับทุกคนที่สูญเสียฟันแท้ไป โดยไม่จำกัดอายุตราบใดก็ตาม ที่ท่านยังคงสามารถทำรากเทียม ได้เสมอในผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องกังวลว่าท่านจะไม่สามารถทำรากเทียมได้... แล้วความมีชีวิตชีวาจะกลับมาเยือนท่านอีกเพราะท่านจะสามารถทำกิจกรรม ประจำวันได้ อย่างมั่นใจอีกครั้ง

    ข้อดีของทันตกรรมรากเทียม

    ยิ้มด้วยความมั่นใจ
    รับประทานอาหารได้ทุกชนิดที่คุณชื่นชอบ
    พูดจาชัดถ้อยชัคคำเป็นธรรมชาติ
    เพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว ทำให้อาหารย่อยได้ดีขึ้น
    บูรณะโครงสร้างของใบหน้าให้เกิดความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
    สร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น
    เชื่อมั่นในตนเองและทำให้มีบุคลิกภาพที่ดี

     

    ขั้นตอนในการทำรากเทียม

        ขั้นแรก :

    ทันตแพทย์จะทำการ X-Ray เพื่อประเมินความหนาของ soft tissue ที่อยู่บนสันเหงือก จากนั้นก็ผ่าตัดเพื่อฝังตัวรากเทียมลงไปในกระดูก และเย็บปิดแผล จากนั้น 7 วันจึงมาตัดไหมที่เย็บออก และใช้เวลาในการรอ เพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี ประมาณ 3-6 เดือน สำหรับฟันบน และ 2-3 เดือน สำหรับฟันล่าง

    ขั้นที่สอง :

    ทันตแพทย์จะทำการต่อเดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟัน และจะทำการพิมพ์ปากเพื่อส่งให้ Lab ทำครอบฟัน

    ขั้นที่สาม :

    หลังจากนั้นประมาณ 1-4 อาทิตย์ ทันตแพทย์จะนั้นใส่ครอบฟันให้ โดยครอบฟันนั้นทำมาจากวัสดุเซรามิค (porcelain) ซึ่งจะมีรูปร่างลักษณะ และสีสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ
    หลังจากนั้นทันตแพทย์จะนัดเช็คอีก 1 เดือน, 2 เดือน และ 6 เดือน

  •  

    เพราะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ให้ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ สามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิด ทำความสะอาดได้ง่าย อีกทั้งการดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก รวมไปถึงความสวยงาม จึงทำให้ทันตกรรมรากเทียมเริ่มเป็นที่นิยม ได้รับการยอมรับถึงผลสำเร็จในการรักษา และมีแนวโน้มที่จะมาแทนที่สะพานฟันมากขึ้น เพราะสะพานฟันมีข้อจำกัดอยู่บางประการ นั่นก็คือ คุณจำเป็นต้องกรอฟันซี่ข้างเคียงเพื่อเป็นหลักยึดของสะพานฟัน ทำให้สูญเสียเนื้อฟันธรรมชาติไป

    สะพานฟันเป็นการเสริมฟันในส่วนที่อยู่ด้านบนของเหงือก ฉะนั้นเมื่อเวลาผ่านไปกระดูกที่รองรับรากฟันของซี่ที่ถูกถอนไปจะค่อยๆละลายลง ทำให้เกิดการยุบตัวของกระดูกในบริเวณนั้น โดยเฉพาะส่วนฟันหน้าด้านบน เมื่อกระดูกละลาย จะทำให้โครงหน้าเปลี่ยน และดูแก่กว่าวัย แต่รากเทียมจะช่วยรักษากระดูกรองรับรากฟันไว้ทำให้กระดูกบริเวณนั้นไม่ละลายและคงสภาพเดิมไว้

    ด้วยทันตกรรมรากเทียม คุณจะสามารถมีฟันซี่ใหม่ที่สวยงาม ใช้งานได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ทำให้คุณสามารถส่งยิ้มให้กับคนรอบข้างได้อย่างสดใส และสามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย อย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษากับทันตแพทย์เฉพาะทางรากเทียมอีกครั้ง เพื่อวางแผนและให้การรักษาได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ

    เริ่มต้นดูแลสุขภาพช่องปากวันนี้ ได้แล้วที่กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

  • -----------------------------------------------------------------------------------------------------------
  • สนใจหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 073-511379 ต่อ 8103

     

  • November 25

    เพลง รูปที่มีทุกบ้าน

    วโรกาสปีมหามงคล ปีที่ 80 ของพระชนมายุในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
     
    ดูและฟัง เพลงรูปที่มีทุกบ้าน
    http://www.youtube.com/watch?v=MNcIsOdOdeQ
     
    เพลง รูปที่มีทุกบ้าน
     
    ศิลปิน ธงไชย แมคอินไตย์
     
    ตั้งแต่เล็กยังเคยได้ถามแม่ว่า บนข้างฝาบ้านเรานั้นติดรูปใคร
    ที่แม่คอยบูชาประจำก่อนนอนทุกคืนจะต้องไหว้
    แม่ตอบว่าให้กราบรูปนั้นทุกวัน ท่านเป็นเทวดาที่มีลมหายใจ
    ที่เรายังพอมีกินอย่างวันนี้ ท่านดูแลคนไทยมานานเหลือเกิน ให้จำไว้

    เป็นรูปที่มีทุกบ้าน จะรวยหรือจนหรือว่าจะใกล้ไกล
    เป็นรูปที่มีทุกบ้าน ด้วยความรัก ด้วยภักดี ด้วยจิตใจ

    เติบโตมากี่สิบปีที่ผ่าน ภาพที่เห็นคือท่านทำงานทุกวัน
    เมื่อไรเราทำอะไรที่เกิดท้อ แค่มองดูรูปบนข้างฝาจะได้กำลังใจ จากรูปนั้น

    เป็นรูปที่มีทุกบ้าน จะรวยหรือจนหรือว่าจะใกล้ไกล
    เป็นรูปที่มีทุกบ้าน ด้วยความรัก ด้วยภักดี ด้วยจิตใจ

    จะขอตามรอยของพ่อ ท่องคำว่าเพียงและพอจากหัวใจ
    เป็นลูกที่ดีของพ่อ ด้วยความรัก ด้วยภักดี

    จะขอตามรอยของพ่อ ท่องคำว่าเพียงและพอจากหัวใจ
    เป็นลูกที่ดีของพ่อ ด้วยความรัก ด้วยภักดี

    จะขอตามรอยของพ่อ ท่องคำว่าเพียงและพอจากหัวใจ
    เป็นลูกที่ดีของพ่อ ด้วยความรัก ด้วยภักดี ด้วยความรัก ด้วยภักดี ตลอดไป  
     
     
     
    November 19

    จัดฟัน ... จัดฟัน ... จัดฟัน

    ขั้นตอนการแปรงฟัน~การแปรงซอกฟัน~การใช้ไหมขัดฟัน

    การแปรงฟัน

    มีลวดจัดฟันจะทำให้แปรงฟันได้ยากขึ้น จึงควรเพื่มเวลาในการแปรงฟันแต่ละครั้งในนานขึ้น และ

    แปรงบ่อยขึ้นอย่างน้อย วันละ 3 ครั้ง

    1. การวางแปรง ควรวางขนแปรงบริเวณของเหงือกทำมุม 45 องศา กับตัวฟัน

    2. ขยับไปมาเป็นวงกลมหมุนซ้ำแล้วซ้ำอีกในบริเวณเดิม แล้วจึงปัดขนแปรงลง (ในฟันบน) และ

    ปัดขนแปรงขึ้น (ในฟันล่าง)

     
    3. แปรงด้านในของฟัน โดยวางแปรงตามภาพทั้งฟันบนและฟันล่าง บางกรณีอาจใช้แปรงสีฟัน
    ซึ่งออกแบบพิเศษ สำหรับการจัดฟันตามคำแนะนำของทันตแพทย์
     
     
    การแปรงซอกฟัน

    แปรงซอกฟันจะสามารถเข้าไปทำความสะอาดระหว่างซอกฟัน และใต้ลวดจัดฟันได้
    วิธีใช้ ควรสอดหัวแปรงเข้าระหว่างซอกฟัน และหมุนเบา ๆ
      
    การใช้ไหมขัดฟัน

    ควร ใช้ด้วยความระมัดระวังในบางกรณีอาจใช้ห่วงร้อยไหม (Floss threaders) ซึ่งจะช่วยให้ร้อย
    ไหมขัดฟัน เข้าใต้เครื่องมือจัดฟันและทำความสะอาดได้ดีขึ้น



    การถอนฟัน

     

    เหตุผลสำคัญที่จำเป็นต้องทำการถอนฟันคือ

    • มีอาการฟันผุมากจนถึงชั้นโพรงประสาทฟัน
    • มีปัญหาโรคเหงือกอย่างรุนแรง (gum disease)
    • ฟันหักแบบที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้
    • มีปัญหาเกี่ยวกับตำแหน่งและการขึ้นของฟันซึ่งทันตแพทย์เห็นสมควรที่จะถอน เช่นปัญหาฟันคุด
    • เพื่อเป็นการเตรียมก่อนเข้ารับการจัดฟัน

    ขั้นตอนการถอนฟัน (Procedure for Tooth Extraction)

    เริ่มแรกทันตแพทย์จะทำการตรวจสภาพช่องปากและฟันก่อนที่จะตัดสินใจทำการถอนฟัน ในบางครั้ง

    อาจจำเป็นต้องทำการเอ๊กซเรย์เพื่อดูรายละเอียดของฟันซี่นั้น เช่น ตำแหน่ง ลักษณะของฟันใต้เหงือก

     รากฟันและกระดูกขากรรไกรที่รองรับฟัน เป็นต้น

    หลังจากนั้นจะสอบถามเกี่ยวกับประวัติการทำฟันและปัญหาที่เคยมี ซึ้งผู้เข้ารับบริการควรแจ้งรายละเอียด

    ของปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดแก่ทันตแพทย์ เช่น ปัญหาเลือดไม่หยุดไหลหลังการถอนฟัน เป็นต้น

     รวมไปถึงประวัติการแพ้ยาและยาที่ใช้อยู่ในขณะนั้น เนื่องจากยาบางชนิดเช่นแอสไพรินนั้นมีผลต่อเลือด

    ทำให้แข็งตัวได้ยาก ทั้งนี้รายละเอียดปลีกย่อยดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับทันตแพทย์เพื่อช่วยให้

    สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาแทรกซ้อนหลังการถอนฟันได้ ก่อนการถอนฟันทันตแพทย์จะทำการฉีด

    ยาชาเพื่อไม่ให้เกิดการเจ็บปวดจากการถอนฟัน แล้วจึงทำการถอนฟัน

     

    หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมดทันตแพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาหลังการถอนฟัน เพื่อให้

    ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดซึ่งสามารถช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาหรืออาการแทรกซ้อนได้

     

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียฟัน

    เมื่อสูญเสียฟันซี่ใดซี่หนึ่งไป ฟันซี่ข้างเคียงก็จะค่อยๆล้มหรือเคลื่อนไปยังช่องว่าง ซึ่งมีผลต่อสุขภาพปาก

    และฟัน การสูญเสียฟันหนึ่งซี่นั้นอาจมีผลกระทบต่อการบดเคี้ยว การเรียงตัวของฟัน และการสบฟัน เป็นต้น

     ทั้งนี้การหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาดังกล่าวสามารถทำได้โดยการแทนที่ฟันซี่นั้นด้วยวิธีการทันตกรรมที่

    เหมาะสมได้เช่น การใส่ฟันปลอม การทำสะพานฟัน การปลูกรากฟันเทียมไททาเนียม

    November 12

    หญิงตั้งครรภ์ ควรดูแลปากและฟันอย่างไร ??

     
    หญิงตั้งครรภ์ ควรดูแลปากและฟันอย่างไร???

    การเปลี่ยนแปลงภายในช่องปากระหว่างตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

    เมื่อเริ่มเป็นคุณแม่ ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ รวมทั้งในช่องปากด้วย

    -ความรู้สึกในช่องปากจะเปลี่ยนไป บางคนว่าเฝื่อนๆ หรือเลี่ยนๆ

    -คุณแม่มักรับประทานอาหารจุกจิกมากขึ้น และหิวบ่อยไม่เป็นเวลา ประกอบกับมีอาการแพ้ท้องคลื่นไส้อาเจียน
    อยู่เสมอ ซึ่งทำให้มีเศษอาหารและกรดจากกระเพาะผ่านจากคอมาติดค้างอยู่ตามซอกฟันมากขึ้น ความสะอาด
    ในช่องปากลดลง มีโอกาสเกิดฟันผุมากขึ้น

    -ตั้งครรภ์ลูก1 คน คุณแม่เสียฟันไป 1ซี่ ???
    คุณแม่บางท่านเข้าใจว่าลูกน้อยได้แย่งเอาแคลเซียมจากฟันคุณแม่ไปใช้ในการสร้างกระดูกและฟันของลูก
    จึงทำให้ฟันคุณแม่อ่อนลง ผุได้ง่าย ความเชื่อนี้ไม่เป็นจริงเพราะแคลซียมในฟันจะคงอยู่แบบถาวรไม่สามารถ
    ดึงออกไปได้เหมือนในกระดูก ดังนั้นฟันจึงยังมีความแข็งแรงอยู่เหมือนเดิมทุกประการ สาเหตุฟันผุที่แท้จริงคือ
     ขาดการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี

    -ระหว่างการตั้งครรภ์ มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้เหงือกอักเสบ บวม แดง มีเลือดออกง่าย และยิ่งถ้า
    มีคราบอาหารคราบจุลินทรีย์เกาะที่ฟัน จะยิ่งทำให้เหงือกอักเสบมากขึ้น คุณแม่ควรแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้
    แปรงสีฟันขนนุ่มร่วมกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ และใช้เส้นใยขัดฟัน( dental floss) เพื่อทำความสะอาดซอกฟัน
    ก่อนนอน

    -นอกจากนี้ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อให้คุณหมอช่วยขจัดหินปูน คราบจุลินทรีย์ตามซอกมุมต่างๆที่อาจเป็นที่
    กักเก็บเศษอาหารได้


    ระหว่างตั้งครรภ์ ทำฟันได้หรือเปล่า?

    การทำฟันโดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์แต่อย่างใด คุณแม่จึงควรไปพบทันตแพทย์เพื่อขอคำแนะ
    นำและตรวจรักษาแต่เนิ่นๆ หรือถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว และจำเป็นต้องทำการรักษาที่ซับซ้อนขึ้น เช่นจำเป็น
    ต้องใช้ยาชา หรือต้องx-rayในช่องปาก คุณหมอจะนัดทำช่วงอายุครรภ์ไตรมาสที่สอง คือช่วง4-6เดือน หรือ
    นัดทำหลังจากคลอดลูกแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ปลอดภัยต่อการทำฟัน

    และสุดท้ายคุณแม่ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า สุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ของคุณแม่มีส่วนสำคัญต่อลูกในครรภ์
    อย่างมาก ขณะที่ลูกน้อยเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์ ฟันน้ำนมและฟันแท้ของหนูน้อยก็จะค่อยๆถูกสร้างไปพร้อม
    อวัยวะส่วนอื่นๆในร่างกายแล้ว คุณแม่จึงควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เช่น นมสด ปลา น้ำมันตับปลา
    ผักผลไม้ เพื่อการสร้างฟันของลูกน้อย และผักผลไม้เป็นอาหารที่มีเส้นใยช่วยทำความสะอาดฟันไปในตัว
    ขณะเรารับประทานจะช่วยลดฟันผุได้ดีกว่าการรับประทานขนมหวานๆ ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการเกิดฟันผุ
    อีกทั้งไม่มีประโยชน์สำหรับลูกน้อยและตัวคุณแม่เองด้วย

    ดูแลสุขภาพตนเองให้ดี เพื่อเป็นคุณแม่ยิ้มสวยและลูกน้อยฟันแข็งแรงครับ

    -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 073-511379 ต่อ 8103

    กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

     

     

     

    November 11

    พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟัน ( Sealant )

     
     

     
     
    ฟันกรามหลังเป็นฟันที่ผุง่าย ส่วนบริเวณที่พบว่าผุง่ายที่สุดคือ ด้านบดเคี้ยวของฟันกรามหลัง
    และฟันกรามน้อย ทั้งนี้เป็นเพราะว่าด้านบดเดี้ยวมีหลุมร่องฟัน ซึ่งทำให้เศษอาหารชิ้นเล็กๆ
    ติดอยู่ ถึงแม้จะ แปรงฟันแล้วก็ตาม ทั้งนี้เป็นเพราะว่าขนแปรงไม่สามารถเข้าไปทำความ
    สะอาดภายในหลุมร่องฟันนี้ได้ ดังนั้นหลุมร่องฟันจึงเป็นที่สะสมของอาหารจำพวกแป้งและ
    น้ำตาล นอกจากนั้นภายในหลุมร่องฟันยังมีเชื้อโรค ที่ทำให้เกิดฟันผุอยู่แล้วตามธรรมชาติ
    เมื่อเชื้อโรคเหล่านี้ได้อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล เชื้อโรคก็จะย่อย แป้งและน้ำตาล แล้ว
    ปล่อยกรดออกมาทำให้เกิดฟันผุ
     
    สิ่งที่ดีที่สุดในการป้องกันฟันผุที่บริเวณด้านบดเคี้ยว คือ พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟัน เพราะ
    พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟันเป็นแผ่นพลาสติกบางๆปิดทับด้านบดเคี้ยว ทำให้ไม่มีเศษอาหาร
    ติด บริเวณนั้น พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟันควรทำในฟันหลังทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ ที่มีเศษ
    อาหารติดง่าย
     
    การทำก็ง่ายมาก แต่ควรทำในเด็กที่สามารถอ้าปากอยู่นิ่งๆให้หมอทำให้(อายุมากกว่า 3 ขวบ
    ขึ้นไป) โดยใช้ เวลาทำซี่ละประมาณ 2-3 นาที พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟันยึดติดแน่นกับ
    ฟันและมีอายุการใช้งานประมาณ 3-4 ปี หรืออาจจะนานกว่านั้น เพราะพลาสติกนั้นสึกได้
    ทั้งนี้ขึ้นกับรูปร่างของฟันที่ทำ และอาหารที่ รับประทาน ถ้าชอบทานอาหารแข็งๆก็จะสึก
    เร็ว ถึงแม้พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟันจะดีปานใดก็ตาม เราก็ต้องแปรงฟันอยู่ดี เพราะผิวฟัน
    ทางด้านข้างยังสามารถผุได้ ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 8 ขวบ พ่อหรือแม่ ควรแปรงฟันให้ลูก
    เพราะเด็กเหล่านี้ยังแปรงฟันให้สะอาดไม่ได้ อย่าลืมนะครับว่าผู้ใหญ่เองยังมีฟันผุได้เลย
     
     
    กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
     
    สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 073-511379 ต่อ 8103 ครับ

     

     
    November 06

    รู้จักมั๊ย ... ไหมขัดฟัน

     

    ไหมขัดฟัน คือ อะไร ?

    ไหมขัดฟัน เป็นกลุ่มของเส้นใย ที่ทำด้วยไนลอน ใช้กำจัดคราบจุลินทรีย์ และเศษอาหารที่อยู่ตาม
    ซอกฟันส่วนใหญ่มีสีขาว บางชนิดเคลือบขี้ผึ้ง บางชนิดไม่เคลือบ ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด บางยี่ห้อ
    ก็มีการแต่งกลิ่นและสี เพื่อให้น่าใช้ยิ่งขึ้น ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ไหมขัดฟัน ช่วยทำความสะอาดที่ซอกฟัน
    ดังนั้น จะต้องใช้ร่วมกับการแปรงฟันด้วย

    จำเป็นมั๊ย ที่จะต้องไหมขัดฟัน

    ขนแปรงสีฟันไม่สามารถ เข้าทำความสะอาดในส่วนของซอกฟัน ได้อย่างทั่วถึง เพราะขนาดและ
    ความยืดหยุ่นไม่เหมาะสม แต่ไหมขัดฟันสามารถทำได้ อย่างไรก็ดี ไหมขัดฟันก็ใช้ได้ดี เฉพาะส่วน
    ของซอกฟัน ดังนั้น ในการทำความสะอาดฟันให้ทั่วถึงทุกด้าน ของแต่ละซี่ฟัน จึงมีความจำเป็นต้อง
    ใช้ไหมขัดฟัน ร่วมกับการแปรงฟันด้วย เพื่อให้การป้องกันโรคเหงือก และโรคฟันผุ ได้ผลดีในทุกด้านฟัน

     การใช้ไหมขัดฟัน มีอันตรายหรือไม่

    การใช้ไหมขัดฟัน ถ้ากระทำอย่างไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดอันตรายต่อเหงือกได้ ควรปรึกษาหมอฟัน
    ถึงวิธีการใช้ที่ถูกต้อง วิธีการใช้ไหมขัดฟัน ทำดังต่อไปนี้

    ควรใช้ไหมขัดฟันเวลาใด

    การใช้ไหมขัดฟัน เพื่อทำความสะอาดซอกฟัน แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่จะต้องใช้เวลาพอสมควร
    มีคำแนะนำว่า ใช้ไหมขัดฟันในช่วงเวลาก่อนการแปรงฟัน จะได้ผลดี ถ้าไม่มีเวลาพอ อาจทำร่วมไปกับ
    กิจวัตรประจำวันอื่นๆ เช่น ใช้ในช่วงที่นั่งดูรายการโทรทัศน์ หรือขณะที่นั่งฟังเพลงก็ได้

     

     

    October 17

    เรื่องเด่น...เมื่อวานนี้

    และแล้วก็เสร็จสิ้น สำหรับวันแรก  เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ซึ่งทางโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
     
    ได้บริการทำฟันฟรีแก่ทุกคน
     
     
    กิจกรรมของเราในวันที่ 17 ตุลาคม 2550
     

     ทีมงานของเราถ่ายรูปกับผู้มารับบริการ

     

     พี่ปอนด์ กะ น้องไอซ์ พี่น้องคนเก่งของวันนี้

     

     

      
    หมอฟันชาวเกาหลี กะ สาวงามแดนใต้
      
    โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง
     
    อย่าลืมนะครับ ! ! ! ว่าคุณยังมีโอกาสมาร่วมกับงานกิจกรรมในครั้งนี้ .....
     
    เราจัดถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2550....
    October 16

    วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ

     

     

    วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ
     

     เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 21ตุลาคมของทุกปีและเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ซึ่งพระองค์ทรงเป็นผู้จัดตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกรักษาพยาบาลและป้องกันโรคแก่ประชาชนในเขตชายแดนและเขตทุรกันดารมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2512 และให้เรียกหน่วยแพทย์นี้ว่า “แพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนี(พอสว.)” เป็นหน่วยแพทย์ที่บทบาทสำคัญในการรักษาพยาบาลและป้องกันโรค บริการด้านทันตสาธารณสุข และช่วยนำคนไข้ที่ป่วยเฉพาะโรคทีอยู่ห่างไกลมารับการรักษาพยาบาลต่อไป

     
    เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของคนไทยทุกคน โดยกระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดกิจกรรมทันตสาธารณสุขแห่งชาติ แก่ประชาชนทั่วประเทศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านเป็นประจำทุกปี ในปีนี้ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2550
     
     
     
     
     
     
      ในวันที่ 17-19 ตุลาคม 2550
                           เวลา 9.00 - 12.00 น.
     
    ทางกลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ทันตสาธารณสุข คือ บอร์ดให้ความรู้   แนะนำวิธีการดูแลทันตสุขภาพ อุดฟัน ถอนฟัน และขูดหินปูน โดยไม่คิดค่าบริการ ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จึงขอเชิญชวนประชาชนมารับบริการโดยทั่วไป

     

    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม...ข้าพระพุทธเจ้า ฯ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

    สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 073-511379 ต่อ 8103 ครับ

    October 12

    แปะกอเอี๊ยะ แล้วหายปวดฟัน จริงหรือไม่ ! ! !

     
     
           บางคนเคยปวดฟัน จนทนไม่ไหว ต้องหาปลาสเตอร์ยาปิดแก้ม ที่เรียกว่า “ กอเอี๊ยะ ” นั้น ไม่สามารถช่วยแก้ไขการปวดฟันได้ ปลาสเตอร์ยาปิดแก้ม จะมีตัวยาแก้ปวดฉาบไว้ เมื่อนำมาปิดแก้มอาจทำให้เกิดอาการชา กล้ามเนื้อบริเวณแก้มจะรู้สึกว่าปวดลดลง หรือบางคนอาจใช้สำลีชุบยาแก้ปวดใส่เข้าไปในรูฟันผุที่ก่อให้เกิดอาการปวด ซึ่งก็อาจบรรเทาได้บ้างในบางครั้ง

    แต่ถ้านำยาแก้ปวดฟันชนิดรับประทานทั้งชนิดเม็ดและชนิดผง มาโรยใส่โพรงฟันเป็นสิ่งที่ไม่แนะนำให้ทำ เพราะตัวยาจะกัดเนื้อเยื่อในช่องปาก จะทำให้เกิดรอยไหม้ ปวดแสบปวดร้อนได้

              วิธีเหล่านี้จริงๆ แค่บรรเทาอาการปวดได้ชั่วคราวในบางครั้งเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาที่ถูกต้อง เพราะสาเหตุของการปวดยังคงอยู่ อาการปวดก็อาจกลับมาเกิดขึ้นได้ วิธีที่ดีที่สุดควรไปพบทันตแพทย์ เพื่อให้การรักษาให้หายปวดจะดีกว่าไหมครับ

    --------------------------------------------------------------

    ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่....

    กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

    073-511379 ต่อ 8103

     

    October 08

    ฟันคุด ... รักไม่คุด

     
      ฟันคุด คือ ฟันที่ไม่สามารถขึ้นมาทางช่องปากได้ตามปกติซึ่งอาจจะไม่ขึ้นมาเลย
    หรือขึ้นมานิดหน่อย ไม่เต็มซี่เนื่องจากมีฟันซี่อื่นมาขวางไว้
     
      ฟันคุดมักจะเกิดขึ้นในฟันกรามด้านล่างซี่ที่สาม (ซี่ในสุด)
       
    สำหรับการรักษา
    แนะนำให้ถอนออกแม้ว่าจะไม่มีอาการเจ็บปวด การถอนออก บางครั้งมีความจำเป็น
    ที่จะต้องผ่าตัดเหงือกร่วมกับการกรอกระดูกบ้าง อย่างที่เราเคยได้ยินกันว่า  ผ่าฟันคุด
      สำหรับบางรายที่จำเป็นต้องผ่าฟันคุดในฟันกรามล่างซี่ที่สาม อาจจำเป็น

    ต้องถอนฟันกรามบนซี่ในสุดไปด้วย (ถ้ามี) เพราะคู่นี้ไม่มีฟันคู่สบ เนื่องจากถอนออกไปแล้ว

    บางครั้งอาจจะเป็นโทษอีกด้วย เพราะอาจจะกัดลงมา โดนเหงือกด้านล่างทำให้เป็นแผลอักเสบ

    สำหรับผลที่เกิดขึ้นหลังจากผ่าฟันคุด

      ที่พบบ่อยๆ คือ แก้มบวม, เจ็บแผล เหล่านี้เป็นปฏิกิริยาตอบโต้จากร่างกายเรา
    มิได้เป็นสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด แต่ก็ควรรับประทานยาที่ทันตแพทย์ให้มาให้ครบ
    ยาแก้อักเสบต้องรับประทาน ให้หมด ยาแก้ปวดทานเมื่อปวด เพื่อป้องกันผลแทรกซ้อน
    อื่นที่อาจเกิดขึ้นได้

    เคล็ดลับกำจัดกลิ่นปาก

     
     
    กลิ่นปากเป็นปัญหาในการสนทนากับคนรอบข้างที่พูดคุยด้วย
    ผู้ที่มีกลิ่นปากไม่รู้ว่าจะรักษาอย่างไร และไม่ทราบสาเหตุที่มา สาเหตุหลัก คือ แบคทีเรียที่อยู่ในปากเรานั่นเอง ดังนั้นเราควรจะกำจัดกลิ่นอันไม่ประสงค์นี้

    ที่มาของกลิ่น

    ที่รวยรินออกมาจากปากมาจากกลิ่นอาหารที่เรากินเข้าไป เศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟัน แบคทีเรียในหมากฝรั่ง การกินอาหารไม่ถูกหลักการ ติดเชื้อทางระบบหายใจ ระบบย่อยอาหารเกิดอาหารผิดปกติ การเสื่อมและผุพังของเนื้อฟัน รวมถึงกลิ่นจากการสูบบุหรี่ แต่ตัวการร้านอันดับหนึ่ง คือ แบคทีเรียที่เกิดและอาศัยอยู่บนลิ้นของเรา ๆ ท่าน ๆ นั่นเอง แบคทีเรียชนิดนี้มีอยู่ในปากของทุกคน และมักเปลี่ยนตัวเองเป็นสารประกอบซัลเฟอร์ (กำมะถัน) ถ้ามีสารนี้มาก ๆ ก็จะทำให้เกิดกลิ่นปากตามมา ดังนั้น การที่บางคนมีกลิ่นปาก แต่บางคนไมมี จึงขึ้นอยู่กับปริมาณของเจ้าแบคทีเรียตัวนี้เป็นสำคัญ

     

    กลเม็ดพิชิตกลิ่นปาก

    1. อย่าปล่อยให้ปากแห้ง เพราะเมื่อปากแห้งความเข้มข้นของแบคทีเรียในปากจะเพิ่มมาก ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย
    2. ดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย
    3. แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร และอย่างลืมแปรงด้านบนของลิ้น อันเป็นที่เกิดของแบคทีเรียด้วย
    4. ใช้ไหมขัดฟันวันละ 2-3 ครั้ง
    5. ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาบ้วนปาก
    6. เคี้ยวหมากฝรั่งชนิดที่ไม่มีน้ำตาล
    7. เคี้ยวใบผักชีฝรั่งหรือกานพลูหลังมื้ออาหาร
    8. งดอาหารกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หอมใหญ่ พริกไทย และเนยแข็ง
    9. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก
    10. กินอาหารให้ครบหมู่ แม้ว่าคุณจะกำลังลดความอ้วนอยู่ก็ตาม
    11. เลิกสูบบุหรี่
    12. ตรวจสุขภาพฟันสม่ำเสมอ

    โครงการฟันเทียมพระราชทาน

    โครงการฟันเทียมพระราชทาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม
     

     

     
    โครงการ 80 พรรษา สืบสานพระเมตตา พัฒนาสุขภาพผู้สูงวัย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 กระทรวงสาธารณสุข

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญกับงานสาธารณสุข ไม่น้อยไปกว่างานพัฒนาประเทศด้านอื่น จากการที่ทรงห่วงใยสุขภาพพสกนิกรทั้งประเทศ ในกลุ่มอายุ ตั้งแต่ทารก วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงวัยทอง หรือผู้สูงอายุ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

    พสกนิกรที่ได้รับกระแสพระราชดำรัส เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพทุกปี ย่อมตระหนักดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่กัว ทรงมีพระราชดำรัสถึงอันตรายจากบุหรี่ที่วัยรุ่นเสพ อันตรายจากเสียง ในสถานบันเทิงกลางคืน เป็นต้น

    ในยามที่ประชวรด้วยโรคต่างๆ เช่น ครั้งที่ทรงพระประชวรเกี่ยวกับพระหทัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการรักษาจากคณะแพทย์ที่ถวาย เมื่อทรงทุเลาจากโรคดังกล่าว ได้ทรงพระราชทานความรู้ ที่เป็นปัจจัยเสี่ยง และการป้องกันโรคนั้น ให้แก่พสกนิกรทั่วไป อันเป็นที่ซาบซึ้งว่า ทรงมีพระเมตตาพสกนิกร ให้สามารถป้องกันตนเอง มิให้ป่วยจากโรค ดังเช่นที่พระองค์ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณนี้ ล้นเกล้าล้นกระหม่อมพสกนิกรทั่วราชอาษจักร อย่างที่สุดมิได้

    ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ 80 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2550 กระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่ปฏิบัติงานสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ เอกชน ต่างพร้อมใจกันสนองพระราชจริยวัตร ในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้มีสุขภาพอนามัยดี แบบองค์รวม ภายใต้โครงการ "80 พรรษา สืบสานพระเมตตา พัฒนาสุขภาพผู้สูงวัย" เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็นพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

    เป้าหมาย

    สิ้นปี 2550 ผู้สูงอายุ ที่มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป จำนวน 648,000 คน ทั่วประเทศ ได้รับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม ได้มาตรฐาน และครบถ้วน

    วัตถุประสงค์

    1. เพื่อสนองพระราชจริยวัตร งานด้านการแพทย์ และสาธารณสุขของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
    2. เพื่อรวมพลังบุคลากรทางการแพทย์ และการสาธารณสุข ในการดูแลรักษาสุขภาพผู้สูงอายุ ทั้งทางกาย ทางจิต และสังคม ที่เหมาะสม ได้มาตรฐาน และครบถ้วนแบบองค์รวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ
    3. เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้สูงอายุ ในการดูแลสุขภาพ ทั้งทางกาย และทางจิต และภาคภูมิใจในการพึ่งตนเอง

    September 29

    ฟันหายไป ... ทำอย่างไรดี

    การทดแทนฟันที่สูญเสียไปและแก้ไขปัญหาฟันที่เปราะบางหรือแตกหัก

    ซึ่งมีวิธีการต่างๆ ดังนี้

     

    • ครอบฟัน

                ครอบฟันมีลักษณะเหมือนฟันตามธรรมชาติ ใช้ครอบบนฟันจริง เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง ปรับปรุงรูปร่างและสี

          ให้มีความสวยงาม ใช้เป็นตัวยึดสะพายฟัน และใช้เพื่อครอบบนรากฟันเทียม

     

    • สะพานฟัน

                การทำสะพานฟันเป็นอีกวิธีการหนึ่งทางทันตกรรมที่ช่วยทดแทนฟันที่สูญเสียไปแบบติดแน่นถาวร ด้วยการติดยึด

          ครอบฟันบนฟันซี่ข้างเคียงและเชื่อมต่อด้วยฟันปลอมระหว่างครอบฟันที่ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไป

     

    • การปลูกรากฟันเทียม

                การปลูกรากฟันเทียมเป็นวิธีการสมัยใหม่ในการแทนที่รากฟันจริงตามธรรมชาติ โดยทันตแพทย์จะทำการฝังราก

           ฟันเทียมลงบนกระดูกรองรับฟัน ซึ่งจะสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้แก่ฟันที่ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไป

     

    • ฟันปลอม

                ฟันปลอม เป็นการทดแทนฟันแบบถอดออกได้ โดยทั่วไปฐานฟันปลอมสามารถทำได้ด้วยพลาสติก และโลหะ ขึ้นอยู่

          กับความต้องการของผู้เข้ารับบริการ

    ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 073-511379 ต่อ 8103

    หรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ครับ

    เคลือบหลุมร่องฟัน...ป้องกันฟันผุ

    สารเคลือบหลุมร่องฟันคืออะไร ?

       สารเคลือบหลุมร่องฟัน เป็นสารที่ใช้ในการปิดหลุมร่องฟันมีคุณสมบัติยึดติดแน่นกับผิวเคลือบฟัน เพื่อป้องกันฟันผุ

    ทำไมต้องเคลือบหลุมร่องฟัน ?

    บริเวณด้านบดเคี้ยวของฟันกราม มีหลุม และร่องลึกทำให้เป็นที่เก็บกักเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคฟันผุ ฟันที่ควรได้รับการเคลือบหลุมร่องฟัน ได้แก่ ฟันกรามน้ำนม และฟันกรามแท้ที่ขึ้นใหม่ในช่องปาก และมีลักษณะดังนี้

    1. ไม่มีรอยผุบนด้านบดเคี้ยว และด้านประชิด
    2. มีหลุม และร่องลึก บนด้านบดเคี้ยว
    3. ตัวฟันโผล่ขึ้นมาทั้งซี่แล้วในช่องปาก

    เมื่อไหร่ที่ควรเคลือบหลุมร่องฟัน ?  

         เด็กๆ ควรเคลือบหลุมร่องฟันกรามน้ำนม และฟันกรามแท้ เมื่อฟันขึ้นมาในช่องปากให้เร็วที่สุด ผู้ปกครองจึงควรพาบุตรหลานไปพบแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อที่ทันตแพทย์จะได้พิจารณาเคลือบหลุมร่องฟันก่อนที่ฟันจะผุ

    สารเคลือบหลุมร่องฟัน ช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างไร ?

         สารเคลือบหลุมร่องฟัน จะยึดติดแน่นกับพื้นผิวเคลือกฟัน ทำให้ด้านบดเคี้ยวของฟันกรามเรียบขึ้น ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น เป็นการป้องกันฟันผุอีกวิธีหนึ่ง

    เคลือบหลุมร่องฟันแล้ว เด็กต้องแปรงฟันไหม ?

         แม้ว่าฟันกรามของเด็กที่ขึ้นมาใหม่ จะได้รับการเคลือบหลุมร่องฟันแล้ว การทำความสะอาดฟันโดยการแปรงฟันที่ถูกวิธี ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นประจำทุกวัน

    เคลือบหลุมร่องฟัน ป้องกันฟันผุในเด็ก ไม่เจ็บ สะดวก รวดเร็ว

    *เด็กอายุ 5-7 ปี ที่มีฟันกรามซี่แรกขึ้นแล้ว ผู้ปกครองควรพาไปพบทันตแพทย์ เพื่อเคลือบหลุมร่องฟัน

     

    ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 073-511379 ต่อ 8103

    หรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ครับ

    September 23

    ยาสีพระทนต์ของในหลวง

     

    ยาสีพระทนต์ของในหลวง

     

    ผมมีภาพๆ หนึ่งเอามาให้ดูกัน เป็นภาพหลอดยาสีฟันที่ถูกใช้แล้วครับ เห็นทีแรกไกลๆ ก็ไม่รู้สึกอะไรมากหรอกครับ เป็นภาพที่ติดอยู่บนบอร์ดที่โรงเรียนของลูก ระหว่างที่ยืนรอลูกๆ ลงมาจากห้องเรียนจึงได้อ่านข้อความที่ประกอบภาพนี้อย่างละเอียด


    ภาพหลอดยาสีฟันที่เห็นนี้ต้องเรียกว่าเป็นหลอดยาสีพระทนต์ประวัติศาสตร์ เพราะนี่คือหลอดยาสีพระทนต์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เห็นแล้วรู้สึกเหมือนผมไหมครับความฉ่ำเย็นจากที่ไหนก็ไม่รู้อาบลงมากลางกระหม่อมเลย ภาพนี้ถูกตีพิมพ์เป็นโปสเตอร์โดยคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ครูที่โรงเรียนของลูกผมไปพบเข้าเลยนำมาถ่ายสำเนาติดบอร์ดให้เด็กนักเรียนได้ เรียนรู้และเข้าใจคำว่า "ประหยัด" ศาสตราจารย์พิเศษทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ทันตแพทย์ประจำพระองค์อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนเล่าให้ฟังว่า



    "ครั้งหนึ่งทันตแพทย์ประจำพระองค์กราบถวายบังคมทูลเรื่องศิษย์ทันตแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบางคนมีค่านิยมในการใช้ของต่างประเทศและมีราคาแพง รายที่ไม่มีทรัพย์พอซื้อหาก็ยังขวนขวายเช่ามาใช้เป็นการชั่วครั้งชั่วคราว ซึ่งเท่าที่ทราบมามีความแตกต่างจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงนิยมใช้กระเป๋าที่ผลิตภายในประเทศเช่นสามัญชนทั่วไป ทรงใช้ดินสอสั้นจนต้องต่อด้าม แม้จนยาสีพระทนต์ของพระองค์ท่านก็ทรงใช้ด้ามแปรงพระทนต์รีดหลอดยาจนแบน จนแน่ใจว่าไม่มียาสีพระทนต์หลงเหลืออยู่ในหลอดจริงๆ


    เมื่อกราบบังคมทูลเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ของพระองค์ท่านก็เหมือนกัน และยังทรงรับสั่งต่อไปด้วยอีกว่า เมื่อไม่นานมานี้เองมหาดเล็กห้องสรงเห็นว่ายาสีพระทนต์ของพระองค์คงใช้หมดแล้ว จึงได้นำหลอดใหม่มาเปลี่ยนให้แทน เมื่อพระองค์ได้ทรงทราบก็ได้ขอให้เขานำยาสีพระทนต์หลอดเก่ามาคืน และพระองค์ท่านยังทรงสามารถใช้ต่อไปได้อีกถึง 5 วัน จะเห็นได้ว่าในส่วนของพระองค์ท่านเองนั้นทรงประหยัดอย่างยิ่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ทรงพระราชทานเพื่อราษฎรผู้ยากไร้อยู่เป็นนิจ พระจริยาวัตรของพระองค์ได้แสดงให้เห็นอย่างแจ่มชัดถึง พระวิริยะ อุตสาหะ ตลอดจนความประหยัดในการใช้ของอย่างคุ้มค่า หลังจากนั้น ทันตแพทย์ประจำพระองค์ได้กราบพระบาททูลขอพระราชทาน หลอดยาสีพระทนต์หลอดนั้นเพื่อนำไปให้ศิษย์ได้เห็นและรับใส่เกล้าเป็นตัวอย่าง เพื่อประพฤติปฏิบัติในโอกาสต่อๆ ไป ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทาน ส่งหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้นมาให้ถึงบ้านทันตแพทย์ประจำพระองค์รู้สึกซาบซึ้ง ในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้ายิ่งเมื่อได้พิจารณาถึงลักษณะของหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้นแล้ว ทำให้เกิดความสงสัยว่า เหตุใดหลอดยาสีพระทนต์หลอดนี้จึงแบนราบเรียบโดยตลอด คล้ายแผ่นกระดาษโดยเฉพาะบริเวณคอหลอดยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปเกือบถึงเกลียวคอหลอด เมื่อได้มีโอกาสเข้าเฝ้าอีกครั้งในเวลาต่อมาจึงได้รับคำอธิบายจากพระองค์ว่า หลอดยาสีพระทนต์ที่เห็นแบนเรียบนั้นเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีดและกด จนเป็นรอยบุ๋มที่เห็นนั่นเองและเพื่อที่จะขอนำไปแสดงให้ศิษย์ทันตแพทย์ได้เห็น เป็นอุทาหรณ์จึงได้ขอพระราชาอนุญาตซึ่งพระองค์ท่านก็ได้ทรงพระเมตตาด้วยความเต็มพระทัย"



    ผมมีโอกาสได้ยืนมองดูรูปหลอดยาสีพระทนต์หลอดนี้อยู่เนืองๆ เวลาไปรอรับลูกที่โรงเรียนและเมื่อยิ่งดูก็ยิ่งได้รับรู้ถึงปรัชญาที่พระองค์ พระราชทานผ่านมาทางหลอดยาฯนี้แล้วผมก็พบว่าแก่นแท้ของการประหยัดมันอยู่ตรงนี้นี่เอง ไม่ใช่ไม่ยอมใช้เลย แต่ต้องรู้จักใช้ และต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ไม่ใช้แบบเหลือทิ้งเหลือขว้าง

    ที่มา : http://www.oknation.net/blog/phalapoj/2007/03/06/entry-3

     

     

     
    September 21

    ปากแหว่ง เพดานโหว่

     
     
    รู้จักปากแหว่ง เพดานโหว่

    ”ปากแหว่งเพดานโหว่” ไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่เป็นความผิดปกติแต่กำเนิด ของบริเวณช่องปากและใบหน้าของเด็ก มีรอยแยกบริเวณริมฝีปากด้านบนกระดูกเบ้าฟัน และเพดานปาก และมีปัญหาต่อเนื่องตามมาเมื่อโตขึ้น เช่น การเรียงตัวของฟันและการสบฟันที่ผิดปกติ สุขภาพอนามัยช่องปากไม่ดี ความผิดปกติในการพูดรวมถึงความผิดปกติของการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรบน โดยพบบ่อยเป็นอันดับ 4 ของความผิดปกติในเด็กแรกเกิดหรือประมาณ 1 ต่อ 700 ของเด็กเกิดใหม่ 

     
    ต้นตอปัญหา

    สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด เป็นได้ทั้งพันธุกรรมและจากสิ่งแวดล้อม มักพบในครอบครัวที่เคยมีคนเป็นปากแหว่งเพดานโหว่ การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี อากาศมีมลพิษ ตลอดจนแม่ตั้งครรภ์แต่ไม่ได้สารอาหารครบถ้วนหรือมีการใช้สารเสพติด ลูกจะมีโอกาสเป็นปากแหว่งเพดานโหว่สูง และมักพบปัญหาสูงขึ้นในเด็กชนบท

            แม่ : เกราะป้องกันโรค

    แม่ตั้งครรภ์จำเป็นต้องดูแลอาหารระหว่างตั้งครรภ์ให้ดี โดยเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพครบ 5 หมู่ ไม่ดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือติดสารเสพติด ระวังสารที่เป็นพิษ รวมถึงไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์

            การรักษา

    แพทย์จะมีหลักการในการดูแลรักษาเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ เพื่อให้เด็กดูดี หน้าตาไม่มีร่องรอยปากแหว่งเพดานโหว่สามารถพูดเป็นปกติได้ เสียงไม่ออกทางจมูก กินอาหารได้ตามปกติ

    ในการดูแลรักษาเด็กปากแหว่งเพดานโหว่จะต้องดูแลตั้งแต่แรกเกิด เพราะถ้ายิ่งปล่อยทิ้งไว้นาน การผ่าตัดแก้ไขก็จะยากมากขึ้น ทั้งเด็กจะมีหน้าตาที่เป็นปมด้อย การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น รับประทานอาหาร ดื่มนม การออกเสียงพูดไม่เป็นปกติ โดยแพทย์จะรักษาแบ่งตามช่วงอายุดังนี้
    • ช่วงอายุแรกเกิด – 3 เดือน เด็กจะเกิดมาในสภาพช่องปากมีความพิการบริเวณริมฝีปากบน อาจเป็นเฉพาะริมฝีปากแหว่งอย่างเดียวหรือมีเพดานช่องปากโหว่ร่วมด้วย ทำให้เด็กดื่มนมแม่ไม่ได้ หรือดูดนมขวดก็จะสำลักเพราะไม่มีเพดานปากด้านบน ทันตแพทย์จัดฟันจะแนะนำให้แก้ปัญหาการดูด และกลืนโดยพิมพ์ปากเด็ก เพื่อทำเพดานเทียม (Obturator) ซึ่งจะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 1 เดือน

    • ช่วงอายุ 3-5 เดือน แพทย์ทำการผ่าตัดเย็บรอยแยกบริเวณริมฝีปากโดยศัลยแพทย์ช่องปาก หรือศัลยแพทย์พลาสติก หลังจากนั้นควรนำเด็กมาตรวจทุกๆ 2 เดือน เพื่อติดตามผลการรักษา รวมถึงเพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก

    • ช่วงอายุ 12-18 เดือน ศัลยแพทย์ช่องปากจะทำการเย็บรอยแยกบริเวณเพดานปากเพื่อให้เด็กมีสภาพที่ดีขึ้น เมื่อฟันเริ่มขึ้นทันตแพทย์เด็กจะให้คำแนะนำในการแปรงฟัน การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การป้องกันฟันผุ รวมถึงการบูรณะฟันในรายที่ฟันเกิดการผุแล้ว โดยคุณพ่อคุณแม่ควรนะบุตรของท่าน มาตรวจสุขภาพช่องปากทุก 4-6 เดือน และหมั่นแปรงฟันให้ลูกน้อยด้วย

    • ช่วงอายุ 2-5 ปี ช่วงเด็กเริ่มพูดได้จะถูกส่งไปปรึกษากับนักฝึกพูด (Speech Therapist) เพื่อแก้ไขความผิดปกติของการออกเสียงที่เกิดจากปากแหว่งเพดานโหว่

    • ช่วงอายุ 7-9 ปี ทันตแพทย์จัดฟันจะเริ่มใส่เครื่องมือบริเวณเพดานเพื่อจะขยายกระดูกเพดานปากที่ล้มเข้ามาหากัน แก้ปัญหาฟันซ้อนเก โดยการจัดฟันเพื่อให้ทำความสะอาดฟันได้ ลดปัญหาเด็กฟันผุและปัญหาสุขภาพช่องปาก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ

    • ช่วงอายุ 9-12 ปี ศัลยแพทย์ช่องปากจะทำการผ่าตัดเพื่อปลูกกระดูกบริเวณรอยแยกกระดูกเบ้าฟัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ฟันที่อยู่ข้างใต้ขึ้นมาได้ และเป็นการปิดรูทะลุระหว่างช่องปากและจมูกที่ยังเหลืออยู่ จากการผ่าตัดปิดเพดานปาก

    • ช่วงอายุ 12-17 ปี ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการแก้ไขการสบฟันที่ผิดปกติที่มีอยู่ เช่น ฟันหน้าบนคร่อมฟันหน้าล่าง ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดกระดูกขากรรไกร รวมไปถึงการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของจมูกและริมฝีปากที่หลงเหลือจากการผ่าตัดในอดีต หลังจากนี้ควรมาติดตามผลการรักษาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

    ตามที่กล่าวมาจะเห็นว่าการดูแลรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่จะประกอบไปด้วยทีมแพทย์หลากหลายสาขา ซึ่งได้แก่ ศัลยแพทย์ช่องปากและใบหน้า หรือศัลยแพทย์พลาสติก ทันตแพทย์จัดฟัน ทันตแพทย์เด็ก วิสัญญีแพทย์ รวมถึงครูฝึกพูด นอกจากนี้อาจมีบุคลากรทางการแพทย์ด้านอื่นมาร่วมด้วย เช่น นักสังคมสงเคราะห์ จิตแพทย์ กุมารแพทย์ และพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีความพิการของระบบอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งจะต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมและต่อเนื่องตั้งแต่เด็กคลอด จนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ

     

    ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 073-511379 ต่อ 8103

    หรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ครับ