เดนต้าคุง's profile[ Nara smile club ]BlogLists Tools Help

Blog


    โครงการฟันเทียมพระราชทาน

    โครงการฟันเทียมพระราชทาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม
     

     

     
    โครงการ 80 พรรษา สืบสานพระเมตตา พัฒนาสุขภาพผู้สูงวัย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 กระทรวงสาธารณสุข

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญกับงานสาธารณสุข ไม่น้อยไปกว่างานพัฒนาประเทศด้านอื่น จากการที่ทรงห่วงใยสุขภาพพสกนิกรทั้งประเทศ ในกลุ่มอายุ ตั้งแต่ทารก วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงวัยทอง หรือผู้สูงอายุ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

    พสกนิกรที่ได้รับกระแสพระราชดำรัส เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพทุกปี ย่อมตระหนักดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่กัว ทรงมีพระราชดำรัสถึงอันตรายจากบุหรี่ที่วัยรุ่นเสพ อันตรายจากเสียง ในสถานบันเทิงกลางคืน เป็นต้น

    ในยามที่ประชวรด้วยโรคต่างๆ เช่น ครั้งที่ทรงพระประชวรเกี่ยวกับพระหทัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการรักษาจากคณะแพทย์ที่ถวาย เมื่อทรงทุเลาจากโรคดังกล่าว ได้ทรงพระราชทานความรู้ ที่เป็นปัจจัยเสี่ยง และการป้องกันโรคนั้น ให้แก่พสกนิกรทั่วไป อันเป็นที่ซาบซึ้งว่า ทรงมีพระเมตตาพสกนิกร ให้สามารถป้องกันตนเอง มิให้ป่วยจากโรค ดังเช่นที่พระองค์ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณนี้ ล้นเกล้าล้นกระหม่อมพสกนิกรทั่วราชอาษจักร อย่างที่สุดมิได้

    ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ 80 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2550 กระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่ปฏิบัติงานสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ เอกชน ต่างพร้อมใจกันสนองพระราชจริยวัตร ในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้มีสุขภาพอนามัยดี แบบองค์รวม ภายใต้โครงการ "80 พรรษา สืบสานพระเมตตา พัฒนาสุขภาพผู้สูงวัย" เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็นพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

    เป้าหมาย

    สิ้นปี 2550 ผู้สูงอายุ ที่มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป จำนวน 648,000 คน ทั่วประเทศ ได้รับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม ได้มาตรฐาน และครบถ้วน

    วัตถุประสงค์

    1. เพื่อสนองพระราชจริยวัตร งานด้านการแพทย์ และสาธารณสุขของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
    2. เพื่อรวมพลังบุคลากรทางการแพทย์ และการสาธารณสุข ในการดูแลรักษาสุขภาพผู้สูงอายุ ทั้งทางกาย ทางจิต และสังคม ที่เหมาะสม ได้มาตรฐาน และครบถ้วนแบบองค์รวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ
    3. เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้สูงอายุ ในการดูแลสุขภาพ ทั้งทางกาย และทางจิต และภาคภูมิใจในการพึ่งตนเอง

    September 29

    ฟันหายไป ... ทำอย่างไรดี

    การทดแทนฟันที่สูญเสียไปและแก้ไขปัญหาฟันที่เปราะบางหรือแตกหัก

    ซึ่งมีวิธีการต่างๆ ดังนี้

     

    • ครอบฟัน

                ครอบฟันมีลักษณะเหมือนฟันตามธรรมชาติ ใช้ครอบบนฟันจริง เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง ปรับปรุงรูปร่างและสี

          ให้มีความสวยงาม ใช้เป็นตัวยึดสะพายฟัน และใช้เพื่อครอบบนรากฟันเทียม

     

    • สะพานฟัน

                การทำสะพานฟันเป็นอีกวิธีการหนึ่งทางทันตกรรมที่ช่วยทดแทนฟันที่สูญเสียไปแบบติดแน่นถาวร ด้วยการติดยึด

          ครอบฟันบนฟันซี่ข้างเคียงและเชื่อมต่อด้วยฟันปลอมระหว่างครอบฟันที่ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไป

     

    • การปลูกรากฟันเทียม

                การปลูกรากฟันเทียมเป็นวิธีการสมัยใหม่ในการแทนที่รากฟันจริงตามธรรมชาติ โดยทันตแพทย์จะทำการฝังราก

           ฟันเทียมลงบนกระดูกรองรับฟัน ซึ่งจะสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้แก่ฟันที่ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไป

     

    • ฟันปลอม

                ฟันปลอม เป็นการทดแทนฟันแบบถอดออกได้ โดยทั่วไปฐานฟันปลอมสามารถทำได้ด้วยพลาสติก และโลหะ ขึ้นอยู่

          กับความต้องการของผู้เข้ารับบริการ

    ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 073-511379 ต่อ 8103

    หรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ครับ

    เคลือบหลุมร่องฟัน...ป้องกันฟันผุ

    สารเคลือบหลุมร่องฟันคืออะไร ?

       สารเคลือบหลุมร่องฟัน เป็นสารที่ใช้ในการปิดหลุมร่องฟันมีคุณสมบัติยึดติดแน่นกับผิวเคลือบฟัน เพื่อป้องกันฟันผุ

    ทำไมต้องเคลือบหลุมร่องฟัน ?

    บริเวณด้านบดเคี้ยวของฟันกราม มีหลุม และร่องลึกทำให้เป็นที่เก็บกักเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคฟันผุ ฟันที่ควรได้รับการเคลือบหลุมร่องฟัน ได้แก่ ฟันกรามน้ำนม และฟันกรามแท้ที่ขึ้นใหม่ในช่องปาก และมีลักษณะดังนี้

    1. ไม่มีรอยผุบนด้านบดเคี้ยว และด้านประชิด
    2. มีหลุม และร่องลึก บนด้านบดเคี้ยว
    3. ตัวฟันโผล่ขึ้นมาทั้งซี่แล้วในช่องปาก

    เมื่อไหร่ที่ควรเคลือบหลุมร่องฟัน ?  

         เด็กๆ ควรเคลือบหลุมร่องฟันกรามน้ำนม และฟันกรามแท้ เมื่อฟันขึ้นมาในช่องปากให้เร็วที่สุด ผู้ปกครองจึงควรพาบุตรหลานไปพบแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อที่ทันตแพทย์จะได้พิจารณาเคลือบหลุมร่องฟันก่อนที่ฟันจะผุ

    สารเคลือบหลุมร่องฟัน ช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างไร ?

         สารเคลือบหลุมร่องฟัน จะยึดติดแน่นกับพื้นผิวเคลือกฟัน ทำให้ด้านบดเคี้ยวของฟันกรามเรียบขึ้น ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น เป็นการป้องกันฟันผุอีกวิธีหนึ่ง

    เคลือบหลุมร่องฟันแล้ว เด็กต้องแปรงฟันไหม ?

         แม้ว่าฟันกรามของเด็กที่ขึ้นมาใหม่ จะได้รับการเคลือบหลุมร่องฟันแล้ว การทำความสะอาดฟันโดยการแปรงฟันที่ถูกวิธี ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นประจำทุกวัน

    เคลือบหลุมร่องฟัน ป้องกันฟันผุในเด็ก ไม่เจ็บ สะดวก รวดเร็ว

    *เด็กอายุ 5-7 ปี ที่มีฟันกรามซี่แรกขึ้นแล้ว ผู้ปกครองควรพาไปพบทันตแพทย์ เพื่อเคลือบหลุมร่องฟัน

     

    ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 073-511379 ต่อ 8103

    หรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ครับ

    September 23

    ยาสีพระทนต์ของในหลวง

     

    ยาสีพระทนต์ของในหลวง

     

    ผมมีภาพๆ หนึ่งเอามาให้ดูกัน เป็นภาพหลอดยาสีฟันที่ถูกใช้แล้วครับ เห็นทีแรกไกลๆ ก็ไม่รู้สึกอะไรมากหรอกครับ เป็นภาพที่ติดอยู่บนบอร์ดที่โรงเรียนของลูก ระหว่างที่ยืนรอลูกๆ ลงมาจากห้องเรียนจึงได้อ่านข้อความที่ประกอบภาพนี้อย่างละเอียด


    ภาพหลอดยาสีฟันที่เห็นนี้ต้องเรียกว่าเป็นหลอดยาสีพระทนต์ประวัติศาสตร์ เพราะนี่คือหลอดยาสีพระทนต์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เห็นแล้วรู้สึกเหมือนผมไหมครับความฉ่ำเย็นจากที่ไหนก็ไม่รู้อาบลงมากลางกระหม่อมเลย ภาพนี้ถูกตีพิมพ์เป็นโปสเตอร์โดยคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ครูที่โรงเรียนของลูกผมไปพบเข้าเลยนำมาถ่ายสำเนาติดบอร์ดให้เด็กนักเรียนได้ เรียนรู้และเข้าใจคำว่า "ประหยัด" ศาสตราจารย์พิเศษทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ทันตแพทย์ประจำพระองค์อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนเล่าให้ฟังว่า



    "ครั้งหนึ่งทันตแพทย์ประจำพระองค์กราบถวายบังคมทูลเรื่องศิษย์ทันตแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบางคนมีค่านิยมในการใช้ของต่างประเทศและมีราคาแพง รายที่ไม่มีทรัพย์พอซื้อหาก็ยังขวนขวายเช่ามาใช้เป็นการชั่วครั้งชั่วคราว ซึ่งเท่าที่ทราบมามีความแตกต่างจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงนิยมใช้กระเป๋าที่ผลิตภายในประเทศเช่นสามัญชนทั่วไป ทรงใช้ดินสอสั้นจนต้องต่อด้าม แม้จนยาสีพระทนต์ของพระองค์ท่านก็ทรงใช้ด้ามแปรงพระทนต์รีดหลอดยาจนแบน จนแน่ใจว่าไม่มียาสีพระทนต์หลงเหลืออยู่ในหลอดจริงๆ


    เมื่อกราบบังคมทูลเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ของพระองค์ท่านก็เหมือนกัน และยังทรงรับสั่งต่อไปด้วยอีกว่า เมื่อไม่นานมานี้เองมหาดเล็กห้องสรงเห็นว่ายาสีพระทนต์ของพระองค์คงใช้หมดแล้ว จึงได้นำหลอดใหม่มาเปลี่ยนให้แทน เมื่อพระองค์ได้ทรงทราบก็ได้ขอให้เขานำยาสีพระทนต์หลอดเก่ามาคืน และพระองค์ท่านยังทรงสามารถใช้ต่อไปได้อีกถึง 5 วัน จะเห็นได้ว่าในส่วนของพระองค์ท่านเองนั้นทรงประหยัดอย่างยิ่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ทรงพระราชทานเพื่อราษฎรผู้ยากไร้อยู่เป็นนิจ พระจริยาวัตรของพระองค์ได้แสดงให้เห็นอย่างแจ่มชัดถึง พระวิริยะ อุตสาหะ ตลอดจนความประหยัดในการใช้ของอย่างคุ้มค่า หลังจากนั้น ทันตแพทย์ประจำพระองค์ได้กราบพระบาททูลขอพระราชทาน หลอดยาสีพระทนต์หลอดนั้นเพื่อนำไปให้ศิษย์ได้เห็นและรับใส่เกล้าเป็นตัวอย่าง เพื่อประพฤติปฏิบัติในโอกาสต่อๆ ไป ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทาน ส่งหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้นมาให้ถึงบ้านทันตแพทย์ประจำพระองค์รู้สึกซาบซึ้ง ในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้ายิ่งเมื่อได้พิจารณาถึงลักษณะของหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้นแล้ว ทำให้เกิดความสงสัยว่า เหตุใดหลอดยาสีพระทนต์หลอดนี้จึงแบนราบเรียบโดยตลอด คล้ายแผ่นกระดาษโดยเฉพาะบริเวณคอหลอดยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปเกือบถึงเกลียวคอหลอด เมื่อได้มีโอกาสเข้าเฝ้าอีกครั้งในเวลาต่อมาจึงได้รับคำอธิบายจากพระองค์ว่า หลอดยาสีพระทนต์ที่เห็นแบนเรียบนั้นเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีดและกด จนเป็นรอยบุ๋มที่เห็นนั่นเองและเพื่อที่จะขอนำไปแสดงให้ศิษย์ทันตแพทย์ได้เห็น เป็นอุทาหรณ์จึงได้ขอพระราชาอนุญาตซึ่งพระองค์ท่านก็ได้ทรงพระเมตตาด้วยความเต็มพระทัย"



    ผมมีโอกาสได้ยืนมองดูรูปหลอดยาสีพระทนต์หลอดนี้อยู่เนืองๆ เวลาไปรอรับลูกที่โรงเรียนและเมื่อยิ่งดูก็ยิ่งได้รับรู้ถึงปรัชญาที่พระองค์ พระราชทานผ่านมาทางหลอดยาฯนี้แล้วผมก็พบว่าแก่นแท้ของการประหยัดมันอยู่ตรงนี้นี่เอง ไม่ใช่ไม่ยอมใช้เลย แต่ต้องรู้จักใช้ และต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ไม่ใช้แบบเหลือทิ้งเหลือขว้าง

    ที่มา : http://www.oknation.net/blog/phalapoj/2007/03/06/entry-3

     

     

     
    September 21

    ปากแหว่ง เพดานโหว่

     
     
    รู้จักปากแหว่ง เพดานโหว่

    ”ปากแหว่งเพดานโหว่” ไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่เป็นความผิดปกติแต่กำเนิด ของบริเวณช่องปากและใบหน้าของเด็ก มีรอยแยกบริเวณริมฝีปากด้านบนกระดูกเบ้าฟัน และเพดานปาก และมีปัญหาต่อเนื่องตามมาเมื่อโตขึ้น เช่น การเรียงตัวของฟันและการสบฟันที่ผิดปกติ สุขภาพอนามัยช่องปากไม่ดี ความผิดปกติในการพูดรวมถึงความผิดปกติของการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรบน โดยพบบ่อยเป็นอันดับ 4 ของความผิดปกติในเด็กแรกเกิดหรือประมาณ 1 ต่อ 700 ของเด็กเกิดใหม่ 

     
    ต้นตอปัญหา

    สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด เป็นได้ทั้งพันธุกรรมและจากสิ่งแวดล้อม มักพบในครอบครัวที่เคยมีคนเป็นปากแหว่งเพดานโหว่ การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี อากาศมีมลพิษ ตลอดจนแม่ตั้งครรภ์แต่ไม่ได้สารอาหารครบถ้วนหรือมีการใช้สารเสพติด ลูกจะมีโอกาสเป็นปากแหว่งเพดานโหว่สูง และมักพบปัญหาสูงขึ้นในเด็กชนบท

            แม่ : เกราะป้องกันโรค

    แม่ตั้งครรภ์จำเป็นต้องดูแลอาหารระหว่างตั้งครรภ์ให้ดี โดยเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพครบ 5 หมู่ ไม่ดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือติดสารเสพติด ระวังสารที่เป็นพิษ รวมถึงไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์

            การรักษา

    แพทย์จะมีหลักการในการดูแลรักษาเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ เพื่อให้เด็กดูดี หน้าตาไม่มีร่องรอยปากแหว่งเพดานโหว่สามารถพูดเป็นปกติได้ เสียงไม่ออกทางจมูก กินอาหารได้ตามปกติ

    ในการดูแลรักษาเด็กปากแหว่งเพดานโหว่จะต้องดูแลตั้งแต่แรกเกิด เพราะถ้ายิ่งปล่อยทิ้งไว้นาน การผ่าตัดแก้ไขก็จะยากมากขึ้น ทั้งเด็กจะมีหน้าตาที่เป็นปมด้อย การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น รับประทานอาหาร ดื่มนม การออกเสียงพูดไม่เป็นปกติ โดยแพทย์จะรักษาแบ่งตามช่วงอายุดังนี้
    • ช่วงอายุแรกเกิด – 3 เดือน เด็กจะเกิดมาในสภาพช่องปากมีความพิการบริเวณริมฝีปากบน อาจเป็นเฉพาะริมฝีปากแหว่งอย่างเดียวหรือมีเพดานช่องปากโหว่ร่วมด้วย ทำให้เด็กดื่มนมแม่ไม่ได้ หรือดูดนมขวดก็จะสำลักเพราะไม่มีเพดานปากด้านบน ทันตแพทย์จัดฟันจะแนะนำให้แก้ปัญหาการดูด และกลืนโดยพิมพ์ปากเด็ก เพื่อทำเพดานเทียม (Obturator) ซึ่งจะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 1 เดือน

    • ช่วงอายุ 3-5 เดือน แพทย์ทำการผ่าตัดเย็บรอยแยกบริเวณริมฝีปากโดยศัลยแพทย์ช่องปาก หรือศัลยแพทย์พลาสติก หลังจากนั้นควรนำเด็กมาตรวจทุกๆ 2 เดือน เพื่อติดตามผลการรักษา รวมถึงเพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก

    • ช่วงอายุ 12-18 เดือน ศัลยแพทย์ช่องปากจะทำการเย็บรอยแยกบริเวณเพดานปากเพื่อให้เด็กมีสภาพที่ดีขึ้น เมื่อฟันเริ่มขึ้นทันตแพทย์เด็กจะให้คำแนะนำในการแปรงฟัน การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การป้องกันฟันผุ รวมถึงการบูรณะฟันในรายที่ฟันเกิดการผุแล้ว โดยคุณพ่อคุณแม่ควรนะบุตรของท่าน มาตรวจสุขภาพช่องปากทุก 4-6 เดือน และหมั่นแปรงฟันให้ลูกน้อยด้วย

    • ช่วงอายุ 2-5 ปี ช่วงเด็กเริ่มพูดได้จะถูกส่งไปปรึกษากับนักฝึกพูด (Speech Therapist) เพื่อแก้ไขความผิดปกติของการออกเสียงที่เกิดจากปากแหว่งเพดานโหว่

    • ช่วงอายุ 7-9 ปี ทันตแพทย์จัดฟันจะเริ่มใส่เครื่องมือบริเวณเพดานเพื่อจะขยายกระดูกเพดานปากที่ล้มเข้ามาหากัน แก้ปัญหาฟันซ้อนเก โดยการจัดฟันเพื่อให้ทำความสะอาดฟันได้ ลดปัญหาเด็กฟันผุและปัญหาสุขภาพช่องปาก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ

    • ช่วงอายุ 9-12 ปี ศัลยแพทย์ช่องปากจะทำการผ่าตัดเพื่อปลูกกระดูกบริเวณรอยแยกกระดูกเบ้าฟัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ฟันที่อยู่ข้างใต้ขึ้นมาได้ และเป็นการปิดรูทะลุระหว่างช่องปากและจมูกที่ยังเหลืออยู่ จากการผ่าตัดปิดเพดานปาก

    • ช่วงอายุ 12-17 ปี ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการแก้ไขการสบฟันที่ผิดปกติที่มีอยู่ เช่น ฟันหน้าบนคร่อมฟันหน้าล่าง ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดกระดูกขากรรไกร รวมไปถึงการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของจมูกและริมฝีปากที่หลงเหลือจากการผ่าตัดในอดีต หลังจากนี้ควรมาติดตามผลการรักษาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

    ตามที่กล่าวมาจะเห็นว่าการดูแลรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่จะประกอบไปด้วยทีมแพทย์หลากหลายสาขา ซึ่งได้แก่ ศัลยแพทย์ช่องปากและใบหน้า หรือศัลยแพทย์พลาสติก ทันตแพทย์จัดฟัน ทันตแพทย์เด็ก วิสัญญีแพทย์ รวมถึงครูฝึกพูด นอกจากนี้อาจมีบุคลากรทางการแพทย์ด้านอื่นมาร่วมด้วย เช่น นักสังคมสงเคราะห์ จิตแพทย์ กุมารแพทย์ และพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีความพิการของระบบอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งจะต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมและต่อเนื่องตั้งแต่เด็กคลอด จนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ

     

    ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 073-511379 ต่อ 8103

    หรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ครับ