เดนต้าคุง's profile[ Nara smile club ]BlogLists Tools Help

Blog


    November 28

    ทันตกรรมรากเทียม

    รากเทียมคืออะไร

    ทันตกรรมรากเทียมหรือ Dental Implant คือวิทยาการที่คิดค้นขึ้นเพื่อทดแทนการสูญเสียฟันธรรมชาติ โดยจะฝังวัสดุที่มีรูปร่างคล้ายรากฟันลงบนกระดูกขากรรไกร เพื่อช่วยให้ฟันปลอมภายในช่องปากทั้งชนิดถอดได้และ ชนิดติดแน่นยึดเกาะได้ดี โดยอาจใช้ รากเทียม เพื่อการใส่ฟันปลอม 1 ซี่หรือมากกว่านั้น ในบางกรณีการใส่ฟันปลอมทั้งปากก็อาจใช้ รากเทียมเพียงตัวเดียวได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ใช้ในการยึดเกาะของฟันปลอมแต่ละซี่

    รากเทียมประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ

    1. รากเทียม (Fixture) ซึ่งทำมาจากโลหะไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งมีลักษณะคล้ายรากฟัน และจะฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร ซึ่งสามารถยึดติดได้อย่างแนบแน่นโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบ และไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ

  • เดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เมื่อฝังรากเทียมบนกระดูกขากรรไกร จะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนเพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี หลังจากนั้นจึงจะใส่เดือยรองรับครอบฟันลงบนรากเทียม เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟันต่อไป

        3.    ครอบฟัน (crown) เป็นส่วนที่อยู่ด้านบนของเหงือก ซึ่งจะทำมาจากเซรามิค (porcelain)มีรูปร่างลักษณะและสีเหมือนฟันธรรมชาติ

    ความถาวรและความน่าเชื่อถือ
    จากการศึกษาวิจัยและเอกสารวิชาการต่างๆได้กล่าวถึงประสิทธิภาพ ของการทำรากเทียมว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือน ฟันธรรมชาติจริงๆ และยังมีลักษณะเหมือนฟันธรรมชาติมากจนยากที่จะสังเกตได้

    เหมาะสำหรับทุกคน

    การทำรากเทียมนั้นสามารถทำได้กับทุกคนที่สูญเสียฟันแท้ไป โดยไม่จำกัดอายุตราบใดก็ตาม ที่ท่านยังคงสามารถทำรากเทียม ได้เสมอในผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องกังวลว่าท่านจะไม่สามารถทำรากเทียมได้... แล้วความมีชีวิตชีวาจะกลับมาเยือนท่านอีกเพราะท่านจะสามารถทำกิจกรรม ประจำวันได้ อย่างมั่นใจอีกครั้ง

    ข้อดีของทันตกรรมรากเทียม

    ยิ้มด้วยความมั่นใจ
    รับประทานอาหารได้ทุกชนิดที่คุณชื่นชอบ
    พูดจาชัดถ้อยชัคคำเป็นธรรมชาติ
    เพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว ทำให้อาหารย่อยได้ดีขึ้น
    บูรณะโครงสร้างของใบหน้าให้เกิดความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
    สร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น
    เชื่อมั่นในตนเองและทำให้มีบุคลิกภาพที่ดี

     

    ขั้นตอนในการทำรากเทียม

        ขั้นแรก :

    ทันตแพทย์จะทำการ X-Ray เพื่อประเมินความหนาของ soft tissue ที่อยู่บนสันเหงือก จากนั้นก็ผ่าตัดเพื่อฝังตัวรากเทียมลงไปในกระดูก และเย็บปิดแผล จากนั้น 7 วันจึงมาตัดไหมที่เย็บออก และใช้เวลาในการรอ เพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี ประมาณ 3-6 เดือน สำหรับฟันบน และ 2-3 เดือน สำหรับฟันล่าง

    ขั้นที่สอง :

    ทันตแพทย์จะทำการต่อเดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟัน และจะทำการพิมพ์ปากเพื่อส่งให้ Lab ทำครอบฟัน

    ขั้นที่สาม :

    หลังจากนั้นประมาณ 1-4 อาทิตย์ ทันตแพทย์จะนั้นใส่ครอบฟันให้ โดยครอบฟันนั้นทำมาจากวัสดุเซรามิค (porcelain) ซึ่งจะมีรูปร่างลักษณะ และสีสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ
    หลังจากนั้นทันตแพทย์จะนัดเช็คอีก 1 เดือน, 2 เดือน และ 6 เดือน

  •  

    เพราะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ให้ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ สามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิด ทำความสะอาดได้ง่าย อีกทั้งการดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก รวมไปถึงความสวยงาม จึงทำให้ทันตกรรมรากเทียมเริ่มเป็นที่นิยม ได้รับการยอมรับถึงผลสำเร็จในการรักษา และมีแนวโน้มที่จะมาแทนที่สะพานฟันมากขึ้น เพราะสะพานฟันมีข้อจำกัดอยู่บางประการ นั่นก็คือ คุณจำเป็นต้องกรอฟันซี่ข้างเคียงเพื่อเป็นหลักยึดของสะพานฟัน ทำให้สูญเสียเนื้อฟันธรรมชาติไป

    สะพานฟันเป็นการเสริมฟันในส่วนที่อยู่ด้านบนของเหงือก ฉะนั้นเมื่อเวลาผ่านไปกระดูกที่รองรับรากฟันของซี่ที่ถูกถอนไปจะค่อยๆละลายลง ทำให้เกิดการยุบตัวของกระดูกในบริเวณนั้น โดยเฉพาะส่วนฟันหน้าด้านบน เมื่อกระดูกละลาย จะทำให้โครงหน้าเปลี่ยน และดูแก่กว่าวัย แต่รากเทียมจะช่วยรักษากระดูกรองรับรากฟันไว้ทำให้กระดูกบริเวณนั้นไม่ละลายและคงสภาพเดิมไว้

    ด้วยทันตกรรมรากเทียม คุณจะสามารถมีฟันซี่ใหม่ที่สวยงาม ใช้งานได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ทำให้คุณสามารถส่งยิ้มให้กับคนรอบข้างได้อย่างสดใส และสามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย อย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษากับทันตแพทย์เฉพาะทางรากเทียมอีกครั้ง เพื่อวางแผนและให้การรักษาได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ

    เริ่มต้นดูแลสุขภาพช่องปากวันนี้ ได้แล้วที่กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

  • -----------------------------------------------------------------------------------------------------------
  • สนใจหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 073-511379 ต่อ 8103

     

  • November 25

    เพลง รูปที่มีทุกบ้าน

    วโรกาสปีมหามงคล ปีที่ 80 ของพระชนมายุในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
     
    ดูและฟัง เพลงรูปที่มีทุกบ้าน
    http://www.youtube.com/watch?v=MNcIsOdOdeQ
     
    เพลง รูปที่มีทุกบ้าน
     
    ศิลปิน ธงไชย แมคอินไตย์
     
    ตั้งแต่เล็กยังเคยได้ถามแม่ว่า บนข้างฝาบ้านเรานั้นติดรูปใคร
    ที่แม่คอยบูชาประจำก่อนนอนทุกคืนจะต้องไหว้
    แม่ตอบว่าให้กราบรูปนั้นทุกวัน ท่านเป็นเทวดาที่มีลมหายใจ
    ที่เรายังพอมีกินอย่างวันนี้ ท่านดูแลคนไทยมานานเหลือเกิน ให้จำไว้

    เป็นรูปที่มีทุกบ้าน จะรวยหรือจนหรือว่าจะใกล้ไกล
    เป็นรูปที่มีทุกบ้าน ด้วยความรัก ด้วยภักดี ด้วยจิตใจ

    เติบโตมากี่สิบปีที่ผ่าน ภาพที่เห็นคือท่านทำงานทุกวัน
    เมื่อไรเราทำอะไรที่เกิดท้อ แค่มองดูรูปบนข้างฝาจะได้กำลังใจ จากรูปนั้น

    เป็นรูปที่มีทุกบ้าน จะรวยหรือจนหรือว่าจะใกล้ไกล
    เป็นรูปที่มีทุกบ้าน ด้วยความรัก ด้วยภักดี ด้วยจิตใจ

    จะขอตามรอยของพ่อ ท่องคำว่าเพียงและพอจากหัวใจ
    เป็นลูกที่ดีของพ่อ ด้วยความรัก ด้วยภักดี

    จะขอตามรอยของพ่อ ท่องคำว่าเพียงและพอจากหัวใจ
    เป็นลูกที่ดีของพ่อ ด้วยความรัก ด้วยภักดี

    จะขอตามรอยของพ่อ ท่องคำว่าเพียงและพอจากหัวใจ
    เป็นลูกที่ดีของพ่อ ด้วยความรัก ด้วยภักดี ด้วยความรัก ด้วยภักดี ตลอดไป  
     
     
     
    November 19

    จัดฟัน ... จัดฟัน ... จัดฟัน

    ขั้นตอนการแปรงฟัน~การแปรงซอกฟัน~การใช้ไหมขัดฟัน

    การแปรงฟัน

    มีลวดจัดฟันจะทำให้แปรงฟันได้ยากขึ้น จึงควรเพื่มเวลาในการแปรงฟันแต่ละครั้งในนานขึ้น และ

    แปรงบ่อยขึ้นอย่างน้อย วันละ 3 ครั้ง

    1. การวางแปรง ควรวางขนแปรงบริเวณของเหงือกทำมุม 45 องศา กับตัวฟัน

    2. ขยับไปมาเป็นวงกลมหมุนซ้ำแล้วซ้ำอีกในบริเวณเดิม แล้วจึงปัดขนแปรงลง (ในฟันบน) และ

    ปัดขนแปรงขึ้น (ในฟันล่าง)

     
    3. แปรงด้านในของฟัน โดยวางแปรงตามภาพทั้งฟันบนและฟันล่าง บางกรณีอาจใช้แปรงสีฟัน
    ซึ่งออกแบบพิเศษ สำหรับการจัดฟันตามคำแนะนำของทันตแพทย์
     
     
    การแปรงซอกฟัน

    แปรงซอกฟันจะสามารถเข้าไปทำความสะอาดระหว่างซอกฟัน และใต้ลวดจัดฟันได้
    วิธีใช้ ควรสอดหัวแปรงเข้าระหว่างซอกฟัน และหมุนเบา ๆ
      
    การใช้ไหมขัดฟัน

    ควร ใช้ด้วยความระมัดระวังในบางกรณีอาจใช้ห่วงร้อยไหม (Floss threaders) ซึ่งจะช่วยให้ร้อย
    ไหมขัดฟัน เข้าใต้เครื่องมือจัดฟันและทำความสะอาดได้ดีขึ้น



    การถอนฟัน

     

    เหตุผลสำคัญที่จำเป็นต้องทำการถอนฟันคือ

    • มีอาการฟันผุมากจนถึงชั้นโพรงประสาทฟัน
    • มีปัญหาโรคเหงือกอย่างรุนแรง (gum disease)
    • ฟันหักแบบที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้
    • มีปัญหาเกี่ยวกับตำแหน่งและการขึ้นของฟันซึ่งทันตแพทย์เห็นสมควรที่จะถอน เช่นปัญหาฟันคุด
    • เพื่อเป็นการเตรียมก่อนเข้ารับการจัดฟัน

    ขั้นตอนการถอนฟัน (Procedure for Tooth Extraction)

    เริ่มแรกทันตแพทย์จะทำการตรวจสภาพช่องปากและฟันก่อนที่จะตัดสินใจทำการถอนฟัน ในบางครั้ง

    อาจจำเป็นต้องทำการเอ๊กซเรย์เพื่อดูรายละเอียดของฟันซี่นั้น เช่น ตำแหน่ง ลักษณะของฟันใต้เหงือก

     รากฟันและกระดูกขากรรไกรที่รองรับฟัน เป็นต้น

    หลังจากนั้นจะสอบถามเกี่ยวกับประวัติการทำฟันและปัญหาที่เคยมี ซึ้งผู้เข้ารับบริการควรแจ้งรายละเอียด

    ของปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดแก่ทันตแพทย์ เช่น ปัญหาเลือดไม่หยุดไหลหลังการถอนฟัน เป็นต้น

     รวมไปถึงประวัติการแพ้ยาและยาที่ใช้อยู่ในขณะนั้น เนื่องจากยาบางชนิดเช่นแอสไพรินนั้นมีผลต่อเลือด

    ทำให้แข็งตัวได้ยาก ทั้งนี้รายละเอียดปลีกย่อยดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับทันตแพทย์เพื่อช่วยให้

    สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาแทรกซ้อนหลังการถอนฟันได้ ก่อนการถอนฟันทันตแพทย์จะทำการฉีด

    ยาชาเพื่อไม่ให้เกิดการเจ็บปวดจากการถอนฟัน แล้วจึงทำการถอนฟัน

     

    หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมดทันตแพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาหลังการถอนฟัน เพื่อให้

    ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดซึ่งสามารถช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาหรืออาการแทรกซ้อนได้

     

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียฟัน

    เมื่อสูญเสียฟันซี่ใดซี่หนึ่งไป ฟันซี่ข้างเคียงก็จะค่อยๆล้มหรือเคลื่อนไปยังช่องว่าง ซึ่งมีผลต่อสุขภาพปาก

    และฟัน การสูญเสียฟันหนึ่งซี่นั้นอาจมีผลกระทบต่อการบดเคี้ยว การเรียงตัวของฟัน และการสบฟัน เป็นต้น

     ทั้งนี้การหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาดังกล่าวสามารถทำได้โดยการแทนที่ฟันซี่นั้นด้วยวิธีการทันตกรรมที่

    เหมาะสมได้เช่น การใส่ฟันปลอม การทำสะพานฟัน การปลูกรากฟันเทียมไททาเนียม

    November 12

    หญิงตั้งครรภ์ ควรดูแลปากและฟันอย่างไร ??

     
    หญิงตั้งครรภ์ ควรดูแลปากและฟันอย่างไร???

    การเปลี่ยนแปลงภายในช่องปากระหว่างตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

    เมื่อเริ่มเป็นคุณแม่ ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ รวมทั้งในช่องปากด้วย

    -ความรู้สึกในช่องปากจะเปลี่ยนไป บางคนว่าเฝื่อนๆ หรือเลี่ยนๆ

    -คุณแม่มักรับประทานอาหารจุกจิกมากขึ้น และหิวบ่อยไม่เป็นเวลา ประกอบกับมีอาการแพ้ท้องคลื่นไส้อาเจียน
    อยู่เสมอ ซึ่งทำให้มีเศษอาหารและกรดจากกระเพาะผ่านจากคอมาติดค้างอยู่ตามซอกฟันมากขึ้น ความสะอาด
    ในช่องปากลดลง มีโอกาสเกิดฟันผุมากขึ้น

    -ตั้งครรภ์ลูก1 คน คุณแม่เสียฟันไป 1ซี่ ???
    คุณแม่บางท่านเข้าใจว่าลูกน้อยได้แย่งเอาแคลเซียมจากฟันคุณแม่ไปใช้ในการสร้างกระดูกและฟันของลูก
    จึงทำให้ฟันคุณแม่อ่อนลง ผุได้ง่าย ความเชื่อนี้ไม่เป็นจริงเพราะแคลซียมในฟันจะคงอยู่แบบถาวรไม่สามารถ
    ดึงออกไปได้เหมือนในกระดูก ดังนั้นฟันจึงยังมีความแข็งแรงอยู่เหมือนเดิมทุกประการ สาเหตุฟันผุที่แท้จริงคือ
     ขาดการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี

    -ระหว่างการตั้งครรภ์ มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้เหงือกอักเสบ บวม แดง มีเลือดออกง่าย และยิ่งถ้า
    มีคราบอาหารคราบจุลินทรีย์เกาะที่ฟัน จะยิ่งทำให้เหงือกอักเสบมากขึ้น คุณแม่ควรแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้
    แปรงสีฟันขนนุ่มร่วมกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ และใช้เส้นใยขัดฟัน( dental floss) เพื่อทำความสะอาดซอกฟัน
    ก่อนนอน

    -นอกจากนี้ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อให้คุณหมอช่วยขจัดหินปูน คราบจุลินทรีย์ตามซอกมุมต่างๆที่อาจเป็นที่
    กักเก็บเศษอาหารได้


    ระหว่างตั้งครรภ์ ทำฟันได้หรือเปล่า?

    การทำฟันโดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์แต่อย่างใด คุณแม่จึงควรไปพบทันตแพทย์เพื่อขอคำแนะ
    นำและตรวจรักษาแต่เนิ่นๆ หรือถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว และจำเป็นต้องทำการรักษาที่ซับซ้อนขึ้น เช่นจำเป็น
    ต้องใช้ยาชา หรือต้องx-rayในช่องปาก คุณหมอจะนัดทำช่วงอายุครรภ์ไตรมาสที่สอง คือช่วง4-6เดือน หรือ
    นัดทำหลังจากคลอดลูกแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ปลอดภัยต่อการทำฟัน

    และสุดท้ายคุณแม่ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า สุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ของคุณแม่มีส่วนสำคัญต่อลูกในครรภ์
    อย่างมาก ขณะที่ลูกน้อยเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์ ฟันน้ำนมและฟันแท้ของหนูน้อยก็จะค่อยๆถูกสร้างไปพร้อม
    อวัยวะส่วนอื่นๆในร่างกายแล้ว คุณแม่จึงควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เช่น นมสด ปลา น้ำมันตับปลา
    ผักผลไม้ เพื่อการสร้างฟันของลูกน้อย และผักผลไม้เป็นอาหารที่มีเส้นใยช่วยทำความสะอาดฟันไปในตัว
    ขณะเรารับประทานจะช่วยลดฟันผุได้ดีกว่าการรับประทานขนมหวานๆ ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการเกิดฟันผุ
    อีกทั้งไม่มีประโยชน์สำหรับลูกน้อยและตัวคุณแม่เองด้วย

    ดูแลสุขภาพตนเองให้ดี เพื่อเป็นคุณแม่ยิ้มสวยและลูกน้อยฟันแข็งแรงครับ

    -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 073-511379 ต่อ 8103

    กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

     

     

     

    November 11

    พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟัน ( Sealant )

     
     

     
     
    ฟันกรามหลังเป็นฟันที่ผุง่าย ส่วนบริเวณที่พบว่าผุง่ายที่สุดคือ ด้านบดเคี้ยวของฟันกรามหลัง
    และฟันกรามน้อย ทั้งนี้เป็นเพราะว่าด้านบดเดี้ยวมีหลุมร่องฟัน ซึ่งทำให้เศษอาหารชิ้นเล็กๆ
    ติดอยู่ ถึงแม้จะ แปรงฟันแล้วก็ตาม ทั้งนี้เป็นเพราะว่าขนแปรงไม่สามารถเข้าไปทำความ
    สะอาดภายในหลุมร่องฟันนี้ได้ ดังนั้นหลุมร่องฟันจึงเป็นที่สะสมของอาหารจำพวกแป้งและ
    น้ำตาล นอกจากนั้นภายในหลุมร่องฟันยังมีเชื้อโรค ที่ทำให้เกิดฟันผุอยู่แล้วตามธรรมชาติ
    เมื่อเชื้อโรคเหล่านี้ได้อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล เชื้อโรคก็จะย่อย แป้งและน้ำตาล แล้ว
    ปล่อยกรดออกมาทำให้เกิดฟันผุ
     
    สิ่งที่ดีที่สุดในการป้องกันฟันผุที่บริเวณด้านบดเคี้ยว คือ พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟัน เพราะ
    พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟันเป็นแผ่นพลาสติกบางๆปิดทับด้านบดเคี้ยว ทำให้ไม่มีเศษอาหาร
    ติด บริเวณนั้น พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟันควรทำในฟันหลังทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ ที่มีเศษ
    อาหารติดง่าย
     
    การทำก็ง่ายมาก แต่ควรทำในเด็กที่สามารถอ้าปากอยู่นิ่งๆให้หมอทำให้(อายุมากกว่า 3 ขวบ
    ขึ้นไป) โดยใช้ เวลาทำซี่ละประมาณ 2-3 นาที พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟันยึดติดแน่นกับ
    ฟันและมีอายุการใช้งานประมาณ 3-4 ปี หรืออาจจะนานกว่านั้น เพราะพลาสติกนั้นสึกได้
    ทั้งนี้ขึ้นกับรูปร่างของฟันที่ทำ และอาหารที่ รับประทาน ถ้าชอบทานอาหารแข็งๆก็จะสึก
    เร็ว ถึงแม้พลาสติกเคลือบหลุมร่องฟันจะดีปานใดก็ตาม เราก็ต้องแปรงฟันอยู่ดี เพราะผิวฟัน
    ทางด้านข้างยังสามารถผุได้ ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 8 ขวบ พ่อหรือแม่ ควรแปรงฟันให้ลูก
    เพราะเด็กเหล่านี้ยังแปรงฟันให้สะอาดไม่ได้ อย่าลืมนะครับว่าผู้ใหญ่เองยังมีฟันผุได้เลย
     
     
    กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
     
    สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 073-511379 ต่อ 8103 ครับ

     

     
    November 06

    รู้จักมั๊ย ... ไหมขัดฟัน

     

    ไหมขัดฟัน คือ อะไร ?

    ไหมขัดฟัน เป็นกลุ่มของเส้นใย ที่ทำด้วยไนลอน ใช้กำจัดคราบจุลินทรีย์ และเศษอาหารที่อยู่ตาม
    ซอกฟันส่วนใหญ่มีสีขาว บางชนิดเคลือบขี้ผึ้ง บางชนิดไม่เคลือบ ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด บางยี่ห้อ
    ก็มีการแต่งกลิ่นและสี เพื่อให้น่าใช้ยิ่งขึ้น ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ไหมขัดฟัน ช่วยทำความสะอาดที่ซอกฟัน
    ดังนั้น จะต้องใช้ร่วมกับการแปรงฟันด้วย

    จำเป็นมั๊ย ที่จะต้องไหมขัดฟัน

    ขนแปรงสีฟันไม่สามารถ เข้าทำความสะอาดในส่วนของซอกฟัน ได้อย่างทั่วถึง เพราะขนาดและ
    ความยืดหยุ่นไม่เหมาะสม แต่ไหมขัดฟันสามารถทำได้ อย่างไรก็ดี ไหมขัดฟันก็ใช้ได้ดี เฉพาะส่วน
    ของซอกฟัน ดังนั้น ในการทำความสะอาดฟันให้ทั่วถึงทุกด้าน ของแต่ละซี่ฟัน จึงมีความจำเป็นต้อง
    ใช้ไหมขัดฟัน ร่วมกับการแปรงฟันด้วย เพื่อให้การป้องกันโรคเหงือก และโรคฟันผุ ได้ผลดีในทุกด้านฟัน

     การใช้ไหมขัดฟัน มีอันตรายหรือไม่

    การใช้ไหมขัดฟัน ถ้ากระทำอย่างไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดอันตรายต่อเหงือกได้ ควรปรึกษาหมอฟัน
    ถึงวิธีการใช้ที่ถูกต้อง วิธีการใช้ไหมขัดฟัน ทำดังต่อไปนี้

    ควรใช้ไหมขัดฟันเวลาใด

    การใช้ไหมขัดฟัน เพื่อทำความสะอาดซอกฟัน แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่จะต้องใช้เวลาพอสมควร
    มีคำแนะนำว่า ใช้ไหมขัดฟันในช่วงเวลาก่อนการแปรงฟัน จะได้ผลดี ถ้าไม่มีเวลาพอ อาจทำร่วมไปกับ
    กิจวัตรประจำวันอื่นๆ เช่น ใช้ในช่วงที่นั่งดูรายการโทรทัศน์ หรือขณะที่นั่งฟังเพลงก็ได้